บริจาคอย่างไรให้ถึงเรา

1.ส่งของบริจาคด้วยตนเองที่มูลนิธิ

         สำหรับผู้บริจาคท่านใดที่อยากเข้ามาบริจาคสิ่งของที่มูลนิธิด้วยตนเองสามารถเข้ามาบริจาคได้ตามที่อยู่นี้ได้เลย ศูนย์รับบริจาค มูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 191 ซอยวิภาวดี62 (แยก4-7) ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.30 น. – 17.00 น. วันเสาร์ – อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00 น. – 16.00 น. หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 061-909-1840

2.ส่งของบริจาคทางไปรษณีย์

            หากผู้บริจาคไม่สะดวกมาบริจาคของด้วยตนเองสามารถจัดส่งทางไปรษณีย์ได้เลย  ผู้บริจาคสามารถส่งพัสดุมาได้ที่ มูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 191 ซอยวิภาวดี62 (แยก4-7) ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210  (โทร 061-9091840)

3.ส่งของบริจาคด้วยบริการรถออกรับ

         สำหรับผู้บริจาคที่ของเยอะและอยากใช้บริการรับของบริจาคถึงบ้าน โดยทีมศูนย์รับบริจาค มูลนิธิกระจกเงา (พื้นที่ กทม.ปริมณฑล )โทร: 02-9732236-7 , มือถือ : 061-909-1840 ,084-207 9363 , Email: donate@mirror.or.th

  *หมายเหตุ : เงื่อนไขในกรณีออกไปรับถึงบ้าน
3.1 กรณีเป็นหนังสือขั้นต่ำ 2,000 เล่ม
3.2 กรณีเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ขั้นต่ำ 10 ชุด
3.3 กรณีเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องแต่งกาย และอื่นๆ

*บริการรับของบริจาค ใน กทม. และปริมณฑล จะมีค่าบริการตามระยะทาง (ท่านสามารถติดต่อ สอบถาม จนท.มูลนิธิกระจกเงา ได้ที่หมายเลข 063-224-1141)

 

4.ส่ง พัสดุฟรีผ่าน Nim Express

          ส่งฟรีตั้งแต่ 15 ก.พ.-30 ธ.ค. 2564 รายละเอียดสอบถามโทร 061-9091840

กล่องละไม่เกิน 25 กก. ไม่จำกัดจำนวนกล่อง

ไปส่งได้ที่ สาขาDC หรือ Shop ทั่วประเทศ

 

บริจาคในรูปแบบองค์กรหรือหน่วยงาน

กรณีหน่วยงาน องค์กร หรือบริษัท สามารถส่งรายละเอียดสิ่งของที่ต้องการบริจาค มายัง Email : donate@mirror.or.th

Share Button

บริจาคอะไรได้บ้าง

มูลนิธิกระจกเงารับบริจาคสิ่งของทุกประเภทที่ยังคงสภาพดีและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ ได้แก่

1.เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก-ใหญ่(เสียแล้วเราก็รับ) เช่น พัดลม ทีวี ตู้เย็น เครื่องเสียง เป็นต้น

เครื่องใช้ไฟฟ้าในปัจจุบันมีการหมุนเวียนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วมาก มีเครื่องใช้ฟ้าเกิดขึ้นมาใหม่มากมายและผู้คนมักชอบลองของใหม่ ๆ อยู่เรื่อย ๆ ดังนั้นแล้วเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ไม่ใช้ประโยชน์แล้วหรือไม่รู้จะเอาไปทำอะไรก็สามารถส่งมาให้ผู้อื่นได้ใช้ต่อที่มูลนิธิกระจกเงา

 

2.เฟอร์นิเจอร์ ที่มีสภาพดีพร้อมส่งต่อ เช่น โซฟา โต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์สำนักงาน เป็นต้น

เฟอร์นิเจอร์สำหรับใครที่ต้องการเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ใหม่หรือย้ายบ้าน ย้ายสำนักงานแต่ของยังมีสภาพดีและไม่อยากทิ้งแต่ไม่รู้จะเอาไปไว้ไหนสามารถนำมาบริจาคให้กับมูลนิธิกระจกเงาได้เพื่อส่งต่อประโยชน์ให้กับผู้อื่นได้ใช้

 

3.ของใช้ทั่วไป เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ เป็นต้น

หากบ้านไหนมีของใช้ทั่วไปที่ไม่เอาแต่ยังมีสภาพดีอย่าเก็บทิ้งนำมาบริจาคให้กับมูลนิธิกระจำเงาเพื่อนำไปส่งมอบให้ผู้ขาดแคลนและอีกส่วนหนึ่งจะนำไประดมทุนที่ร้านแบ่งปัน

 

4.คอมพิวเตอร์ เช่น อุปกรณ์พ่วง เมาส์ คีย์บอร์ด เป็นต้น

รับบริจาคอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานได้หรือไม่ได้แล้วนำมาดัดแปลงปรับปรุงให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้แล้วนำคอมพิวเตอร์เหล่านั้นสู่มือน้อง ๆ ในโรงเรียนหรือพื้นที่ที่ขาดแคลนเพื่อให้พวกเขามีความรู้ที่ไม่สิ้นสุด

 

5.หนังสือ เช่น หนังสือ สมุดใช้แล้ว นิตยสาร เป็นต้น

รับกระดาษทุกชนิดที่ไม่ได้ใช้แล้วนำมาระดมทุน รับหนังสือทุกชนิดยกเว้นหนังสือโป๊นำมาคัดแยกเพื่อส่งต่อให้กับโรงเรียนและชุมชนที่ขาดแคลน

 

6.อุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่นเตียงผู้ป่วย วิลแชร์ ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ วอร์คเกอร์ ถังออกซิเจน เป็นต้น

รับอุปกรณ์ทางการแพทย์ทุกชนิดเพื่อนำไปส่งต่อให้ผู้ป่วยติดเตียงในโครงการอาสามาเยี่ยม

 

นอกจากสิ่งของที่ได้ยกตัวอย่างมาข้างต้นแล้วยังมีสิ่งของอีกมากมายที่เราไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้วให้ลองสำรวจดูรอบ ๆ บ้านของเราว่ามีสิ่งไหนที่เราไม่ใช้แล้วแต่ยังสภาพดีและนำไปใช้งานต่อได้บ้างไหม หากมีสิ่งของเหล่านั้นสามารถนำมาบริจาคให้มูลนิธิกระจกเงาได้เพื่อนำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุด

Share Button

IT เป็นส่วนหนึ่งของงานพัฒนา

ไอทีหมายถึง การนำเทคโนโลยีและสารสนเทศมารวมกัน รวมเป็น เทคโนโลยีสารสนเทศ “Information Technology” ย่อมากจาก IT ซึ่งแปลความหมายของเทคโนโลยีคือการสร้างมูลค่าให้กับสารสนเทศให้สามารถใช้งานได้กว้างขวางและเทคโนโลยีด้านต่างๆในปัจจุบันก็มีการนำไอทีมาใช้ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยีแบบรวบรวม จัดเก็บ ส่งต่อ ใช้งาน และสื่อสารซึ่งข้อมูลของไอทีที่มีการนำมาใช้นั้นได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่างๆที่มีซอฟต์แวร์เกี่ยวกับกับตัวข้อมูลต่างๆ ซึ่งอาจจะเป็นข้อมูลจำพวก โทรทัศน์ โทรศัพท์ โทรสาร วิทยุ และหนังสือพิมพ์ และอาจจะเป็นอย่างอื่นๆอีกที่มีทั่วไปภายในชีวิตประจำวัน

โครงการ Ngos Cyberเกิดขึ้นได้จากแนวความเชื่อขององค์กรที่มีความเชื่อว่า “IT เป็นส่วนหนึ่งของงานพัฒนา” โดยการใช้เป็นเครื่องมือสำหรับพัฒนางานด้านสังคมที่มีประสิทธิภาพและเห็นผลได้เร็ว    เราได้นำ IT เข้ามามีบทบาทในการพัฒนางานของ มูลนิธิกระจกเงา สนง.กรุงเทพฯ ให้เข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็ว สามารถประเมินและวิเคราะห์ระบบต่างๆ ในการเชื่อมโยงงานองค์กรไว้ด้วยกัน รวมถึงให้คนทั่วไปได้เข้าถึงและมีส่วนร่วมในการติดตามและการดำเนินกิจกรรมทางสังคม

ด้วยหน้างาน การผลิตเว็บไซต์ การผลิตสื่อ กราฟฟิกดีไซน์ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อเคลื่อนไหว เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์งานขององค์กร ตลอดจนการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน และการจัดทำระบบฐานข้อมูลออนไลน์ และในอนาคตเราจะยังคงพัฒนางานด้าน IT อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้เข้ากับยุคการสื่อสาร และการสืบค้นข้อมูลบนสังคมออนไลน์ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

“เราขอเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ IT เพื่องานพัฒนา”

Share Button

การสื่อสารคือช่องทางในการช่วยเหลือ

“สื่อสารองค์กร” เป็นคำที่หลายองค์กรนำมาใช้ตั้งชื่อหน่วยงานภายใน แทนคำว่า “ประชาสัมพันธ์” ซึ่งจริง ๆ แล้ว คำทั้งสองคำนี้มีความทับซ้อนกันอยู่ในความหมาย เพราะคำว่า สื่อสารองค์กร เป็น “หน้าที่” ที่ผู้ปฏิบัติงานจะต้องทำเพื่อสื่อสารเรื่องราวต่าง ๆ ขององค์กรออกไป ในขณะที่คำว่า “ประชาสัมพันธ์ นั้น เป็น เป้าหมาย คือ เราสื่อสารองค์กรออกไปเพื่อจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประชาชนดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ หรือฝ่ายสื่อสารองค์กร ต่างก็ต้องทำหน้าที่เดียวกัน คือ สร้างการสื่อสารเพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีกับกลุ่มเป้าหมายทั้งภายในและภายนอกองค์กร

ฝ่ายสื่อสารองค์กรของมูลนิธิกระจกเงาจึงทำหน้าที่เป็นตัวแทนการสื่อสารเพื่อเชื่อมโยงประเด็นการทำงาน ของมูลนิธิกระจกเงากับสาธารณะ โดยมีรูปแบบของการสื่อสารที่หลากหลายอีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นกระจกที่สะท้อนถึงปัญหาทางสังคมในปัจจุบันที่เกิดขึ้นแต่คนอื่นมองไม่เห็นถึงปัญหานั้น

Share Button

หัวใจอาสา

นิยามอาสาสมัคร มูลนิธิกระจกเงา คือ บุคคลที่เสนอตัวทำเพื่อผู้อื่นด้วยความสมัครใจ มีใจอาสาสมัคร และผลของการกระทำนั้นเป็นประโยชน์ส่งผลดีต่อตนเองและสังคม เป็นบุคคลที่มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม มีความอดทน มีความเสียสละ มีเวลาและใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ รวมทั้งมีความเข้าใจสถานการณ์ในภาพรวมของงานที่มีความหลากหลายนั้น ๆ แล้ววางตนเองอยู่ในบทบาทที่หนุนเสริมต่อกลไกการทำงานทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อที่จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะในวงกว้าง

เรา เป็นกลุ่มคนที่มีหัวใจอาสา หัวใจของคนที่อยากเห็นสังคมงดงาม เราแสวงหาความหมายของการมีชีวิตอย่างมีคุณค่า เรา คือองค์กรอิสระที่ทำงานเพื่อช่วยเหลือ และเติมเต็มในส่วนที่สังคมยังต้องการ เรา เชื่อว่าการทำงานเพื่อสังคมไม่ใช่ความฝันแต่เป็นการทำงานบนโลกแห่งความเป็นจริง ขอเพียงเรากล้าคิด และกล้าลงมือปฏิบัติ พวกเรา ขออาสาเป็นกระจกสะท้อนเรื่องราวความเป็นจริงที่คนบางกลุ่มมองไม่เห็น

Share Button

เยี่ยมเยือน เพื่อเยียวยา

การดูแลผู้สูงอายุในชุมชน เป็นงานที่มีความสําคัญเป็นอย่างยิ่งในสังคมไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เนื่องจากประชากรผู้สูงอายุมีจํานวนเพิ่มมากขึ้นและมีแนวโน้มอายุยืนยาวขึ้นเช่นกัน ดังนั้นการเตรียมความพร้อม เกี่ยวกับระบบการจัดการดูแลผู้สูงอายุจึงเป็นสิ่งสําคัญ ซึ่งจะทําให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีและดํารงชีวิตอยู่ใน สังคมไทยได้อย่างมีคุณค่า

ในปัจจุบันมีผู้ป่วยสูงอายุมากมายที่ถูกละเลยการเอาใจใส่และการดูแลจากสังคมหรือบางคนถูกละเลยจากครอบครัวทำให้พวกเขารู้สึกโดดเดี่ยวและขาดกำลังใจพวกเขาทั้งหลายเป็นบุคคลที่ต้องได้รับการดูแลมากกว่าปกติ

โครงการอาสามาเยี่ยมเล็งเห็นความสำคัญของผู้ป่วยที่ถูกละเลยจึงได้มีการลงพื้นที่เยี่ยมเคสผู้ป่วยและครอบครัวถึงบ้านเพื่อ“เยียวยาให้กำลังใจ” เพื่อสร้างความสุข ความผ่อนคลาย เป็นเพื่อนพูดคุย รับฟัง และส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์มือสองสภาพดี ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ตลอดจนของกินของใช้ในครัวเรือน ที่ได้รับบริจาคมาให้กับผู้ป่วยและครอบครัว“อาสาสมัคร” อาสามาเยี่ยม เป็นการดึงให้สังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสภาพแวดล้อมใหม่และหนุนเสริม ผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยทั้งมิติ กำลังใจ ทรัพยากร และการให้ความรู้ในการเข้าถึงสิทธิต่างๆ ของผู้สูงอายุร่วมกับชุมชน เพื่อเป็นฐานในการรับมือผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยโดยที่คนในสังคมมีส่วนร่วม เพราะนอกจากอาหาร อากาศ ยารักษาโรค คนเราอยู่ได้ด้วย“กำลังใจ”

Share Button

การแบ่งปันของคุณ เปลี่ยนแปลงสังคมได้

ปัจจุบันในโลกของอุตสาหกรรมเสื้อผ้ามีอัตราการเติบโตที่สูง เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ และด้วยกระแสทางวัฒนธรรม ประกอบกับยุคสมัยแห่งแฟชั่น ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้อุตสาหกรรมเสื้อผ้ามีการขยายตัว และขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันแม้ว่าอุตสาหกรรมเสื้อผ้าจะมีการผลิตในอัตราก้าวหน้า แต่ก็ยังมีข้อจำกัด กับคนบางกลุ่มในการเข้าถึงเสื้อผ้าที่ดีเพื่อการดำรงชีวิต อันเนื่องมาจากปัจจัยทางด้านราคา ปัญหาภาวะสงคราม และ ความยากจน

โครงการแบ่งปันเพื่อการเปลี่ยนแปลงด้วยการเล็งเห็นถึงสภาพปัญหาการขาดแคลนเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มของผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ศูนย์อพยพ และผู้ประสบภัยพิบัติ เราเห็นการนำคุณค่าสิ่งของชิ้นเดิมกลับมาสร้างประโยชน์ใหม่อีกครั้ง ด้วยการเปิดรับบริจาคเสื้อผ้าเครื่องนุ่มห่มสภาพดีทุกประเภท จากคนเมือง เพื่อส่งมอบต่อให้กับผู้ขาดแคลนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ปัจจุบันหน้างานของโครงการฯ เราเปิดรับบริจาคเสื้อผ้า เครื่องนุ่ง อุปกรณ์ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ และของใช้งานสภาพดีทุกประเภท ส่วนหนึ่งจะนำส่งมอบต่อให้กับผู้ขาดแคลน อีกส่วนจะแบ่งมานำมาระดมทุน ที่ “ร้านแบ่งปัน” ซึ่งรายได้จากการระดมทุนนี้ผลักดันให้เกิด “กองทุนแบ่งปัน” กองทุนนี้คอยทำหน้าที่สนับสนุนและต่อยอดงานของมูลนิธิกระจกเงา อาทิ โครงการอาสามาเยี่ยม โครงการศูนย์ข้อมูลคนหายและโครงการอื่น ๆ ที่ไม่มีแหล่งทุนสนับสนุนการทำงาน เสื้อผ้าและสิ่งของสภาพดีที่คุณไม่ใช่งานแล้ว ได้ช่วยสร้างประโยชน์ต่อกับผู้รับที่ขาดแคลน และช่วยสนับสนุนการทำงานให้มูลนิธิกระจกเงา ได้ทำหน้าที่เป็นเสมือนเงาในการสะท้อนปัญหาของสังคมที่มีอยู่มากมายและดูเหมือนจะยังไม่จบสิ้น “การแบ่งปันของคุณเปลี่ยนแปลงสังคมได้”

 

Share Button

พื้นที่สีเขียว พื้นที่แห่งการเรียนรู้

“สวนครูองุ่น-มูลนิธิกระจกเงา” ร่วมกับมูลนิธิไชยวนา ได้มีโครงการสร้างพื้นที่เป็นแหล่งการเรียนรู้ พื้นที่สีเขียวที่อุดมสมบูรณ์ สถานที่เสริมสร้างความสัมพันธ์ ฝึกทักษะ และพบปะผ่อนคลาย สำหรับเด็ก พ่อแม่ ครอบครัว จนกระทั่งบุคคลทั่วไป เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของครูองุ่น มาลิกที่ระบุไว้ในพินัยกรรมของท่าน และสวนครูองุ่น-มูลนิธิกระจกเงาแห่งนี้ จะเป็นสื่อกลางของความสัมพันธ์ทั้งหมด โดยจะออกมาในรูปแบบของ พื้นที่สาธารณะสำหรับเด็ก ที่พักผ่อนหย่อนใจ ห้องเรียน ร้านแบ่งปัน พื้นที่กิจกรรมสำหรับบุคคลทั่วไป หน่วยงานต่างๆ NGOs หรืออาจจะเรียกว่า เป็นลานปล่อยของก็ว่าได้

ด้วยความสำคัญของการเจริญเติบโตของเศษฐกิจและความสัมพันธ์ของครอบครัว ทั้งพัฒนาการต่างๆ เราจึงได้สร้างแหล่งการเรียนรู้สวนครูองุ่น-มูลนิธิกระจกเงาขึ้นมาให้กลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน รอยยิ้ม และการเรียนรู้ควบคู่ เราหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าสถานที่แห่งนี้จะสร้างความทรงจำดีๆ ให้กับทุกคน สร้างความรักความเข้าใจและความเพลิดเพลินตลอดการมาเยือน

แนวคิดของโครงการ คือการเป็นพื้นที่สร้างสรรค์และการเรียนรู้ในรูปแบบของสวนสาธารณะ ตลอดจนร้านแบ่งปัน ร้านกาแฟ และพื้นที่จัดกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการเป็นหน้าบ้านในการรับบริจาคสิ่งของต่างๆ ให้กับมูลนิธิกระจกเงา โดยมีปัจจัยภายนอกเข้าร่วมในการดำเนินการด้วยคือ อาสาสมัคร

 

Share Button

อยากให้คุณได้เห็นภาพตัวอย่าง จ.น่าน ความสาหัสของบ้านที่เต็มไปด้วยโคลน

“ฉันอยากตาย ไม่รู้จะกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้อีกมั้ย”
คุณยายลำดวน พูดถึงชีวิตหลังเกิดเหตุน้ำท่วมให้ทีมอาสาล้างบ้านฟัง แกอาศัยอยู่กับตาเพชร และหลานสาววัย 16 ปี
บ้านของยายเป็นบ้านไม้สองชั้น ก่อนหน้านี้ยายมีอาชีพรับจ้างซักผ้า ส่วนตาเพชร แกอายุ 74 ปีแล้ว เมื่อสุขภาพไม่แข็งแรง จึงทำงานมากไม่ได้ รายได้ของครอบครัวจึงมาจากสองมือยายลำดวนเท่านั้น
“ตอนนี้ไม่มีคนจ้างซักผ้าแล้ว เพราะบ้านเรามันสกปรก ใครเขาจะอยากมาจ้าง ตอนนี้ไม่มีกะใจอยากจะทำอะไรเลย เรี่ยวแรงมันหายไปหมด”
“เครื่องซักผ้าที่มีสองเครื่องก็พังไปกับน้ำ ทำมาหากินไม่ได้ หมดทุกอย่างเลย”
“แค่เดินออกจากบ้านก็ลำบากแล้ว เพราะดินมันเต็มบ้านไปหมด ถ้าจะออกก็ต้องปีนออกไป เพื่อนบ้านก็เลยช่วยเหลือ เอาข้าวมาให้ ให้พอมีกินไปวันๆ ก่อน”
“ใครจะเอาข้าวมาให้ ต้องปีนขึ้นมาที่ชั้นสอง เพราะเข้าทางหน้าบ้านไม่ได้ โคลนมันเยอะ เดินลุยโคลนไม่ได้”

“ทุกวันนี้ต้องนอนอยู่บนเพิงดิน บ้านชั้นสองเอาไว้เก็บของอย่างเดียว ขึ้นไปนอนไม่ได้แล้ว ก็นอนอยู่รวมกันสามคน ตายาย แล้วก็หลาน”

ในจำนวนผู้ประสบภัยเวียงสา บ้านหลังนี้ น่าจะเป็นหลังที่หนักที่สุด และน่าเป็นห่วงที่สุด

วันพรุ่งนี้ทีมอาสาล้างบ้าน จะเข้าไปช่วยเคลียร์โคลนออกจากบ้านของยาย นัดหมาย 8 โมงตรง

พวกเราคาดการณ์ว่า ต้องใช้เวลากว่า 4 วัน จึงจะคืนบ้านหลังเก่าให้กลับมาดังเดิมได้

ใครที่อยู่ใกล้ระแวกนั้น และพอมีกำลังเหลือ ไปช่วยกันเป็นอาสาล้างบ้านได้นะคะ ติดต่อคุณเอ โทร.087-274-9769

ใครที่สนใจสมทบทุน ร่วมกับอาสาล้างบ้าน
เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวเวียงสา
สามารถบริจาคผ่าน เทใจ – TaejaiDotcom ได้ตามลิงค์นี้
https://taejai.com/th/d/flood_north2020/.
(บริจาคผ่านเทใจดอทคอม
สามารถใช้เพื่อลดหย่อนภาษีได้)
.
#อาสาล้างบ้าน #ฟื้นฟูผู้ประสบภัยหลังน้ำลด
#มูลนิธิกระจกเงา

Share Button

ก่อนวันแม่

เราเคยได้ให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยจิตเวชเร่ร่อนที่ตั้งครรภ์มาแล้ว 2ราย รายล่าสุดพึ่งช่วยเหลือผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์มาแล้วกว่า 6เดือน เธอใกล้คลอดแล้ว ใกล้ความเป็นแม่คน ใน 3 รายที่ว่ามีปัญหาในการให้ความช่วยเหลือดูแลรักษาที่ทั้งเหมือนและแตกต่างกัน

แม่คนที่1…เมื่อนำส่งรักษาแล้วแต่ทางรพ.จิตเวชเองต้องดูแลรวมกับผู้ป่วยอื่นจึงต้องส่งให้ไปอยู่ในบ้านพักเด็กและครอบครัว ซึ่งเป็นหน่วยงานของกระทรวงพม. แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อไปอยู่ก็คือเธอปีนรั้วหนีและเหล็กรั้วนั้นแทงขา จนต้องส่งเข้าโรงพยาบาลรักษา สุดท้ายถูกส่งต่อมารักษาอาการจิตเวชที่ต้องนอนรวมใช้ชีวิตรวมกับผู้ป่วยจิตเวชอื่นๆ จนวันนึงเธออาการครรภ์เป็นพิษจึงถูกส่งรพ.ทางกายอีกรอบจนเธอคลอด ลูกถูกส่งไปสถานสงเคราะห์ ตัวเธอถูกส่งมารักษาที่รพ.จิตเวชอีกครั้ง

แม่คนที่2…เธอถูกนำส่งรักษารพ.จิตเวชเช่นกัน และถูกส่งไปให้อยู่ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว เธอไม่ได้หนีแต่เธอไปทำร้ายเด็กคนนึงในบ้านพักนั้น เพราะอาการหูแว่วจากโรคจิตเวชคิดว่าเด็กด่าเธอ จากนั้นเธอจึงถูกนำไปส่งรพ.จิตเวช แต่รพ.จิตเวชยังไม่รับทันทีเนื่องจากไม่มีใบตรวจครรภ์ ทางหน่วยงานนำส่ง(1300)จึงไปส่งที่ศิริราชเพื่อตรวจครรภ์ ปรากฏว่าเธอหนีออกจากรพ. และมาใช้ชีวิตเร่ร่อนที่แถวสะพานซังฮี้ มีการพบอีกทีเธอคลอดลูกที่ข้างถนน ลูกเธอเสียชีวิต เธอถูกนำมารักษาตัวที่รพ.จิตเวชอีกครั้ง

แม่คนที่3…ไม่ได้ถูกนำตัวส่งต่อไปยังบ้านพักเด็กและครอบครัว และถูกรักษาตัวอยู่ที่รพ.จิตเวช แต่ก็ยังถูกดูแลรักษารวมในหวอดผู้ป่วยจิตเวช ซึ่งนับเป็นความเสี่ยงไม่น้อย

พวกเธอในสถานะหนึ่งคือคนหาย อีกสถานะหนึ่งคือผู้ป่วยจิตเวช อีกสถานะหนึ่งคือแม่คน

การดูแลรักษาพวกเธอคือการแก้ปัญหาทั้งคนหายเมื่อเธอฟื้นความจำได้ ทั้งความเป็นผู้ป่วยจิตเวชที่รพ.คือสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วย แต่ในความเป็นแม่คนเป็นผู้หญิงตั้งครรภ์พวกเธอยังไม่ได้ถูกดูแลอย่างซีเรียสเท่าใดกับสภาพทางกายภาพที่อ่อนไหวในฐานะผู้หญิงตั้งครรภ์ เธอควรถูกดูแลเป็นพิเศษมีห้องพิเศษรองรับต่อความอ่อนไหวนั้นไม่ใช่หรือ ความพิเศษ ห้องพิเศษควรถูกจัดไว้ให้กับความพิเศษแบบนี้ให้ได้อยู่บ้าง ถ้าเราจัดให้กันได้มันสะท้อนว่าเราซีเรียสแค่ไหนกับการดูแลผู้คนอย่างมีรายละเอียดลึกซึ้ง

อันที่จริงโครงการผู้ป่วยข้างถนน มูลนิธิกระจกเงาเกิดขึ้นมาหลังจากที่เราพบเห็นผู้ป่วยจิตเวชเร่ร่อนที่ตั้งครรภ์คนนึงเมื่อเราเดินทางมาออฟฟิศ แต่เราก็ได้แค่มองเห็นและเหมือนคนผ่านทางกันและกัน วันนึงเราพบว่าเธอต้องมาคลอดลูกที่ข้างถนน วันนั้นเองที่เราซีเรียสมากขึ้น รู้สึกผิดและอยากจะเปลี่ยนแปลงมัน โครงการผู้ป่วยข้างถนน จึงเกิดขึ้นหลังจากนั้น เพราะมนุษย์ไม่ควรตกอยู่ในชะตากรรมเช่นนี้ เราเชื่อเช่นนี้
#แม่ข้างถนน #ผู้ป่วยข้างถนน
#เพราะมนุษย์ไม่ควรตกอยู่ในชะตากรรมเช่นนี้

Share Button