บริจาคอย่างไรให้ถึงเรา

1.ส่งของบริจาคด้วยตนเองที่มูลนิธิ

         สำหรับผู้บริจาคท่านใดที่อยากเข้ามาบริจาคสิ่งของที่มูลนิธิด้วยตนเองสามารถเข้ามาบริจาคได้ตามที่อยู่นี้ได้เลย ศูนย์รับบริจาค มูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 191 ซอยวิภาวดี62 (แยก4-7) ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.30 น. – 17.00 น. วันเสาร์ – อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00 น. – 16.00 น. หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 061-909-1840

2.ส่งของบริจาคทางไปรษณีย์

            หากผู้บริจาคไม่สะดวกมาบริจาคของด้วยตนเองสามารถจัดส่งทางไปรษณีย์ได้เลย  ผู้บริจาคสามารถส่งพัสดุมาได้ที่ มูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 191 ซอยวิภาวดี62 (แยก4-7) ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210  (โทร 061-9091840)

3.ส่งของบริจาคด้วยบริการรถออกรับ

         สำหรับผู้บริจาคที่ของเยอะและอยากใช้บริการรับของบริจาคถึงบ้าน โดยทีมศูนย์รับบริจาค มูลนิธิกระจกเงา (พื้นที่ กทม.ปริมณฑล )โทร: 02-9732236-7 , มือถือ : 061-909-1840 ,084-207 9363 , Email: donate@mirror.or.th

  *หมายเหตุ : เงื่อนไขในกรณีออกไปรับถึงบ้าน
3.1 กรณีเป็นหนังสือขั้นต่ำ 2,000 เล่ม
3.2 กรณีเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ขั้นต่ำ 10 ชุด
3.3 กรณีเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องแต่งกาย และอื่นๆ

*บริการรับของบริจาค ใน กทม. และปริมณฑล จะมีค่าบริการตามระยะทาง (ท่านสามารถติดต่อ สอบถาม จนท.มูลนิธิกระจกเงา ได้ที่หมายเลข 063-224-1141)

 

4.ส่ง พัสดุฟรีผ่าน Nim Express

          ส่งฟรีตั้งแต่ 15 ก.พ.-30 ธ.ค. 2564 รายละเอียดสอบถามโทร 061-9091840

กล่องละไม่เกิน 25 กก. ไม่จำกัดจำนวนกล่อง

ไปส่งได้ที่ สาขาDC หรือ Shop ทั่วประเทศ

 

บริจาคในรูปแบบองค์กรหรือหน่วยงาน

กรณีหน่วยงาน องค์กร หรือบริษัท สามารถส่งรายละเอียดสิ่งของที่ต้องการบริจาค มายัง Email : donate@mirror.or.th

Share Button

บริจาคอะไรได้บ้าง

มูลนิธิกระจกเงารับบริจาคสิ่งของทุกประเภทที่ยังคงสภาพดีและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ ได้แก่

1.เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก-ใหญ่(เสียแล้วเราก็รับ) เช่น พัดลม ทีวี ตู้เย็น เครื่องเสียง เป็นต้น

เครื่องใช้ไฟฟ้าในปัจจุบันมีการหมุนเวียนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วมาก มีเครื่องใช้ฟ้าเกิดขึ้นมาใหม่มากมายและผู้คนมักชอบลองของใหม่ ๆ อยู่เรื่อย ๆ ดังนั้นแล้วเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ไม่ใช้ประโยชน์แล้วหรือไม่รู้จะเอาไปทำอะไรก็สามารถส่งมาให้ผู้อื่นได้ใช้ต่อที่มูลนิธิกระจกเงา

 

2.เฟอร์นิเจอร์ ที่มีสภาพดีพร้อมส่งต่อ เช่น โซฟา โต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์สำนักงาน เป็นต้น

เฟอร์นิเจอร์สำหรับใครที่ต้องการเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ใหม่หรือย้ายบ้าน ย้ายสำนักงานแต่ของยังมีสภาพดีและไม่อยากทิ้งแต่ไม่รู้จะเอาไปไว้ไหนสามารถนำมาบริจาคให้กับมูลนิธิกระจกเงาได้เพื่อส่งต่อประโยชน์ให้กับผู้อื่นได้ใช้

 

3.ของใช้ทั่วไป เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ เป็นต้น

หากบ้านไหนมีของใช้ทั่วไปที่ไม่เอาแต่ยังมีสภาพดีอย่าเก็บทิ้งนำมาบริจาคให้กับมูลนิธิกระจำเงาเพื่อนำไปส่งมอบให้ผู้ขาดแคลนและอีกส่วนหนึ่งจะนำไประดมทุนที่ร้านแบ่งปัน

 

4.คอมพิวเตอร์ เช่น อุปกรณ์พ่วง เมาส์ คีย์บอร์ด เป็นต้น

รับบริจาคอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานได้หรือไม่ได้แล้วนำมาดัดแปลงปรับปรุงให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้แล้วนำคอมพิวเตอร์เหล่านั้นสู่มือน้อง ๆ ในโรงเรียนหรือพื้นที่ที่ขาดแคลนเพื่อให้พวกเขามีความรู้ที่ไม่สิ้นสุด

 

5.หนังสือ เช่น หนังสือ สมุดใช้แล้ว นิตยสาร เป็นต้น

รับกระดาษทุกชนิดที่ไม่ได้ใช้แล้วนำมาระดมทุน รับหนังสือทุกชนิดยกเว้นหนังสือโป๊นำมาคัดแยกเพื่อส่งต่อให้กับโรงเรียนและชุมชนที่ขาดแคลน

 

6.อุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่นเตียงผู้ป่วย วิลแชร์ ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ วอร์คเกอร์ ถังออกซิเจน เป็นต้น

รับอุปกรณ์ทางการแพทย์ทุกชนิดเพื่อนำไปส่งต่อให้ผู้ป่วยติดเตียงในโครงการอาสามาเยี่ยม

 

นอกจากสิ่งของที่ได้ยกตัวอย่างมาข้างต้นแล้วยังมีสิ่งของอีกมากมายที่เราไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้วให้ลองสำรวจดูรอบ ๆ บ้านของเราว่ามีสิ่งไหนที่เราไม่ใช้แล้วแต่ยังสภาพดีและนำไปใช้งานต่อได้บ้างไหม หากมีสิ่งของเหล่านั้นสามารถนำมาบริจาคให้มูลนิธิกระจกเงาได้เพื่อนำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุด

Share Button

IT เป็นส่วนหนึ่งของงานพัฒนา

ไอทีหมายถึง การนำเทคโนโลยีและสารสนเทศมารวมกัน รวมเป็น เทคโนโลยีสารสนเทศ “Information Technology” ย่อมากจาก IT ซึ่งแปลความหมายของเทคโนโลยีคือการสร้างมูลค่าให้กับสารสนเทศให้สามารถใช้งานได้กว้างขวางและเทคโนโลยีด้านต่างๆในปัจจุบันก็มีการนำไอทีมาใช้ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยีแบบรวบรวม จัดเก็บ ส่งต่อ ใช้งาน และสื่อสารซึ่งข้อมูลของไอทีที่มีการนำมาใช้นั้นได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่างๆที่มีซอฟต์แวร์เกี่ยวกับกับตัวข้อมูลต่างๆ ซึ่งอาจจะเป็นข้อมูลจำพวก โทรทัศน์ โทรศัพท์ โทรสาร วิทยุ และหนังสือพิมพ์ และอาจจะเป็นอย่างอื่นๆอีกที่มีทั่วไปภายในชีวิตประจำวัน

โครงการ Ngos Cyberเกิดขึ้นได้จากแนวความเชื่อขององค์กรที่มีความเชื่อว่า “IT เป็นส่วนหนึ่งของงานพัฒนา” โดยการใช้เป็นเครื่องมือสำหรับพัฒนางานด้านสังคมที่มีประสิทธิภาพและเห็นผลได้เร็ว    เราได้นำ IT เข้ามามีบทบาทในการพัฒนางานของ มูลนิธิกระจกเงา สนง.กรุงเทพฯ ให้เข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็ว สามารถประเมินและวิเคราะห์ระบบต่างๆ ในการเชื่อมโยงงานองค์กรไว้ด้วยกัน รวมถึงให้คนทั่วไปได้เข้าถึงและมีส่วนร่วมในการติดตามและการดำเนินกิจกรรมทางสังคม

ด้วยหน้างาน การผลิตเว็บไซต์ การผลิตสื่อ กราฟฟิกดีไซน์ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อเคลื่อนไหว เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์งานขององค์กร ตลอดจนการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน และการจัดทำระบบฐานข้อมูลออนไลน์ และในอนาคตเราจะยังคงพัฒนางานด้าน IT อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้เข้ากับยุคการสื่อสาร และการสืบค้นข้อมูลบนสังคมออนไลน์ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

“เราขอเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ IT เพื่องานพัฒนา”

Share Button

การสื่อสารคือช่องทางในการช่วยเหลือ

“สื่อสารองค์กร” เป็นคำที่หลายองค์กรนำมาใช้ตั้งชื่อหน่วยงานภายใน แทนคำว่า “ประชาสัมพันธ์” ซึ่งจริง ๆ แล้ว คำทั้งสองคำนี้มีความทับซ้อนกันอยู่ในความหมาย เพราะคำว่า สื่อสารองค์กร เป็น “หน้าที่” ที่ผู้ปฏิบัติงานจะต้องทำเพื่อสื่อสารเรื่องราวต่าง ๆ ขององค์กรออกไป ในขณะที่คำว่า “ประชาสัมพันธ์ นั้น เป็น เป้าหมาย คือ เราสื่อสารองค์กรออกไปเพื่อจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประชาชนดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ หรือฝ่ายสื่อสารองค์กร ต่างก็ต้องทำหน้าที่เดียวกัน คือ สร้างการสื่อสารเพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีกับกลุ่มเป้าหมายทั้งภายในและภายนอกองค์กร

ฝ่ายสื่อสารองค์กรของมูลนิธิกระจกเงาจึงทำหน้าที่เป็นตัวแทนการสื่อสารเพื่อเชื่อมโยงประเด็นการทำงาน ของมูลนิธิกระจกเงากับสาธารณะ โดยมีรูปแบบของการสื่อสารที่หลากหลายอีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นกระจกที่สะท้อนถึงปัญหาทางสังคมในปัจจุบันที่เกิดขึ้นแต่คนอื่นมองไม่เห็นถึงปัญหานั้น

Share Button

หัวใจอาสา

นิยามอาสาสมัคร มูลนิธิกระจกเงา คือ บุคคลที่เสนอตัวทำเพื่อผู้อื่นด้วยความสมัครใจ มีใจอาสาสมัคร และผลของการกระทำนั้นเป็นประโยชน์ส่งผลดีต่อตนเองและสังคม เป็นบุคคลที่มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม มีความอดทน มีความเสียสละ มีเวลาและใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ รวมทั้งมีความเข้าใจสถานการณ์ในภาพรวมของงานที่มีความหลากหลายนั้น ๆ แล้ววางตนเองอยู่ในบทบาทที่หนุนเสริมต่อกลไกการทำงานทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อที่จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะในวงกว้าง

เรา เป็นกลุ่มคนที่มีหัวใจอาสา หัวใจของคนที่อยากเห็นสังคมงดงาม เราแสวงหาความหมายของการมีชีวิตอย่างมีคุณค่า เรา คือองค์กรอิสระที่ทำงานเพื่อช่วยเหลือ และเติมเต็มในส่วนที่สังคมยังต้องการ เรา เชื่อว่าการทำงานเพื่อสังคมไม่ใช่ความฝันแต่เป็นการทำงานบนโลกแห่งความเป็นจริง ขอเพียงเรากล้าคิด และกล้าลงมือปฏิบัติ พวกเรา ขออาสาเป็นกระจกสะท้อนเรื่องราวความเป็นจริงที่คนบางกลุ่มมองไม่เห็น

Share Button

เยี่ยมเยือน เพื่อเยียวยา

การดูแลผู้สูงอายุในชุมชน เป็นงานที่มีความสําคัญเป็นอย่างยิ่งในสังคมไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เนื่องจากประชากรผู้สูงอายุมีจํานวนเพิ่มมากขึ้นและมีแนวโน้มอายุยืนยาวขึ้นเช่นกัน ดังนั้นการเตรียมความพร้อม เกี่ยวกับระบบการจัดการดูแลผู้สูงอายุจึงเป็นสิ่งสําคัญ ซึ่งจะทําให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีและดํารงชีวิตอยู่ใน สังคมไทยได้อย่างมีคุณค่า

ในปัจจุบันมีผู้ป่วยสูงอายุมากมายที่ถูกละเลยการเอาใจใส่และการดูแลจากสังคมหรือบางคนถูกละเลยจากครอบครัวทำให้พวกเขารู้สึกโดดเดี่ยวและขาดกำลังใจพวกเขาทั้งหลายเป็นบุคคลที่ต้องได้รับการดูแลมากกว่าปกติ

โครงการอาสามาเยี่ยมเล็งเห็นความสำคัญของผู้ป่วยที่ถูกละเลยจึงได้มีการลงพื้นที่เยี่ยมเคสผู้ป่วยและครอบครัวถึงบ้านเพื่อ“เยียวยาให้กำลังใจ” เพื่อสร้างความสุข ความผ่อนคลาย เป็นเพื่อนพูดคุย รับฟัง และส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์มือสองสภาพดี ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ตลอดจนของกินของใช้ในครัวเรือน ที่ได้รับบริจาคมาให้กับผู้ป่วยและครอบครัว“อาสาสมัคร” อาสามาเยี่ยม เป็นการดึงให้สังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสภาพแวดล้อมใหม่และหนุนเสริม ผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยทั้งมิติ กำลังใจ ทรัพยากร และการให้ความรู้ในการเข้าถึงสิทธิต่างๆ ของผู้สูงอายุร่วมกับชุมชน เพื่อเป็นฐานในการรับมือผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยโดยที่คนในสังคมมีส่วนร่วม เพราะนอกจากอาหาร อากาศ ยารักษาโรค คนเราอยู่ได้ด้วย“กำลังใจ”

Share Button

การแบ่งปันของคุณ เปลี่ยนแปลงสังคมได้

ปัจจุบันในโลกของอุตสาหกรรมเสื้อผ้ามีอัตราการเติบโตที่สูง เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ และด้วยกระแสทางวัฒนธรรม ประกอบกับยุคสมัยแห่งแฟชั่น ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้อุตสาหกรรมเสื้อผ้ามีการขยายตัว และขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันแม้ว่าอุตสาหกรรมเสื้อผ้าจะมีการผลิตในอัตราก้าวหน้า แต่ก็ยังมีข้อจำกัด กับคนบางกลุ่มในการเข้าถึงเสื้อผ้าที่ดีเพื่อการดำรงชีวิต อันเนื่องมาจากปัจจัยทางด้านราคา ปัญหาภาวะสงคราม และ ความยากจน

โครงการแบ่งปันเพื่อการเปลี่ยนแปลงด้วยการเล็งเห็นถึงสภาพปัญหาการขาดแคลนเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มของผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ศูนย์อพยพ และผู้ประสบภัยพิบัติ เราเห็นการนำคุณค่าสิ่งของชิ้นเดิมกลับมาสร้างประโยชน์ใหม่อีกครั้ง ด้วยการเปิดรับบริจาคเสื้อผ้าเครื่องนุ่มห่มสภาพดีทุกประเภท จากคนเมือง เพื่อส่งมอบต่อให้กับผู้ขาดแคลนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ปัจจุบันหน้างานของโครงการฯ เราเปิดรับบริจาคเสื้อผ้า เครื่องนุ่ง อุปกรณ์ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ และของใช้งานสภาพดีทุกประเภท ส่วนหนึ่งจะนำส่งมอบต่อให้กับผู้ขาดแคลน อีกส่วนจะแบ่งมานำมาระดมทุน ที่ “ร้านแบ่งปัน” ซึ่งรายได้จากการระดมทุนนี้ผลักดันให้เกิด “กองทุนแบ่งปัน” กองทุนนี้คอยทำหน้าที่สนับสนุนและต่อยอดงานของมูลนิธิกระจกเงา อาทิ โครงการอาสามาเยี่ยม โครงการศูนย์ข้อมูลคนหายและโครงการอื่น ๆ ที่ไม่มีแหล่งทุนสนับสนุนการทำงาน เสื้อผ้าและสิ่งของสภาพดีที่คุณไม่ใช่งานแล้ว ได้ช่วยสร้างประโยชน์ต่อกับผู้รับที่ขาดแคลน และช่วยสนับสนุนการทำงานให้มูลนิธิกระจกเงา ได้ทำหน้าที่เป็นเสมือนเงาในการสะท้อนปัญหาของสังคมที่มีอยู่มากมายและดูเหมือนจะยังไม่จบสิ้น “การแบ่งปันของคุณเปลี่ยนแปลงสังคมได้”

 

Share Button

พื้นที่สีเขียว พื้นที่แห่งการเรียนรู้

“สวนครูองุ่น-มูลนิธิกระจกเงา” ร่วมกับมูลนิธิไชยวนา ได้มีโครงการสร้างพื้นที่เป็นแหล่งการเรียนรู้ พื้นที่สีเขียวที่อุดมสมบูรณ์ สถานที่เสริมสร้างความสัมพันธ์ ฝึกทักษะ และพบปะผ่อนคลาย สำหรับเด็ก พ่อแม่ ครอบครัว จนกระทั่งบุคคลทั่วไป เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของครูองุ่น มาลิกที่ระบุไว้ในพินัยกรรมของท่าน และสวนครูองุ่น-มูลนิธิกระจกเงาแห่งนี้ จะเป็นสื่อกลางของความสัมพันธ์ทั้งหมด โดยจะออกมาในรูปแบบของ พื้นที่สาธารณะสำหรับเด็ก ที่พักผ่อนหย่อนใจ ห้องเรียน ร้านแบ่งปัน พื้นที่กิจกรรมสำหรับบุคคลทั่วไป หน่วยงานต่างๆ NGOs หรืออาจจะเรียกว่า เป็นลานปล่อยของก็ว่าได้

ด้วยความสำคัญของการเจริญเติบโตของเศษฐกิจและความสัมพันธ์ของครอบครัว ทั้งพัฒนาการต่างๆ เราจึงได้สร้างแหล่งการเรียนรู้สวนครูองุ่น-มูลนิธิกระจกเงาขึ้นมาให้กลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน รอยยิ้ม และการเรียนรู้ควบคู่ เราหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าสถานที่แห่งนี้จะสร้างความทรงจำดีๆ ให้กับทุกคน สร้างความรักความเข้าใจและความเพลิดเพลินตลอดการมาเยือน

แนวคิดของโครงการ คือการเป็นพื้นที่สร้างสรรค์และการเรียนรู้ในรูปแบบของสวนสาธารณะ ตลอดจนร้านแบ่งปัน ร้านกาแฟ และพื้นที่จัดกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการเป็นหน้าบ้านในการรับบริจาคสิ่งของต่างๆ ให้กับมูลนิธิกระจกเงา โดยมีปัจจัยภายนอกเข้าร่วมในการดำเนินการด้วยคือ อาสาสมัคร

 

Share Button

คอมพิวเตอร์เก่าเราให้น้อง

อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน, กำลังยืน, กำลังนั่ง, หน้าจอ และสถานที่ในร่ม

ในสังคมไทยปัจจุบัน เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำรงชีวิตในทุกๆ ด้าน รวมถึงการศึกษา เทคโนโลยี “คอมพิวเตอร์” ในการเรียนรู้ ในรูปแบบการบูรณาการ จึงเป็นสิ่งสำคัญในการเรียนรู้ และเพิ่ม ศักยภาพในการสร้างสรรค์อย่างไม่สิ้นสุดของเด็กและเยาวชนในสังคมไทย

กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2549 สถาบันการศึกษาในประเทศไทย มีคอมพิวตอร์เพื่อใช้ในการศึกษา ประมาณ 100,000 เครื่องเท่านั้นทั่วประเทศไทย หรือคิดเป็นสัดส่วน “คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง ต่อ นักเรียน60 คน” “โครงการคอมพิวเตอร์เพื่อน้อง” มูลนิธิกระจกเงา ได้เล็งเห็นถึงคุณค่าอันมหาศาลในการศึกษาที่เกิดขึ้นจาก “คอมพิวเตอร์” และ ในการทำงานของโครงการที่ผ่านมา ทำให้ทราบถึงการขาดแคลน “คอมพิวเตอร์” เทคโนโลยีในการเรียนรู้นั้น กลายเป็นอุปกรณ์ที่ขาดแคลนของบางโรงเรียนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน)และทางภาคเหนือกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2551 สถาบันการศึกษาในประเทศไทย มีคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในการศึกษา ประมาณ 200,000 เครื่องเท่านั้น ทั่วประเทศไทย หรือคิดเป็นสัดส่วน “คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง ต่อ นักเรียน40 คน” ข้อเท็จจริงนี้ทำให้คุณภาพในการศึกษาของพวกเขาลดลง รวมถึงการปิดกั้นความรู้ และโลกทัศน์ที่ไม่สิ้นสุด

โครงการคอมพิวเตอร์เพื่อน้องจึงทำการรับบริจาคคอมพิวเตอร์เก่า จากบุคคลและหน่วยงานต่างๆ ที่อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ หรือใช้งานไม่ได้แล้ว มาดัดแปลงปรับปรุง เพื่อให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ ตามความเหมาะสมในการศึกษาเบื้องต้น และนำส่งคอมพิวเตอร์เหล่านั้น สู่มือน้อง ๆ ในโรงเรียนที่ ขาดแคลน เพื่อให้พวกเขาได้มีความรู้ที่ไม่สิ้นสุด พร้อมกับสร้างโลกทัศน์ใหม่ๆ ซึ่งในยุคปัจจุบันเป็นยุคของข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศ หากเทียบกับเด็กนักเรียนในสังคมเมืองแล้ว เด็กนักเรียนในต่างจังหวัดยังถือว่าห่างไกลกับคำว่าข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศ แม้ทางภาครัฐจะจัดสรรงบประมาณลงมาแต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังไม่ครอบคลุมเพียงพอต่อการใช้งานของเด็กนักเรียน ในอัตรา เด็ก1คน ต่อ คอมพิวเตอร์ 1ชุดจากข้อมูลที่ได้สะท้อนออกมาเรามองเห็นที่สภาพปัญหาการขาดแคลนคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนในพื้นที่ต่างจังหวัด ในขณะเดียวรูปแบบการใช้คอมพิวเตอร์ของคนเมืองนั้นถือว่ามีความรวดเร็วต่อการเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็นเหตุให้มีการเปลี่ยนรุ่นการใช้งานอยู่บ่อยครั้ง การร่วมบริจาคคอมพิวเตอร์ของคุณนอกจากจะเป็นการแบ่งปัน เทคโนโลยีเพื่อนักเรียนได้ศึกษาใช้งานแล้ว ยังได้เป็นการนำทรัพยากร เครื่องมือเดิมที่มีอยู่กลับมาใช้ประโยชน์ต่อได้อีกครั้ง

Share Button

อ่านเพื่อการเปลี่ยนแปลง

 

การอ่านเป็นการแสวงหาความรู้อีกอย่างหนึ่งที่เราสามารถค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองการอ่านทำให้รู้ข่าวสารข้อมูลต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันเป็นโลกมีข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ มากมายที่น่าสนใจอีกทั้งการอ่านยังเป็นการสร้างคุณค่าให้ตนเอง ยิ่งอ่านมากเราก็ยิ่งมีความรู้ เมื่อมีความรู้มากขึ้นเราก็มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น

ในปัจจุบันผู้คนให้ความสำคัญกับการอ่านลดน้อยลงเนื่องจากมีสื่อและสิ่งเร้าต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อชีวิตมากขึ้นการอ่านเป็นปัจจัยสำคัญ ที่สามารถช่วยให้สังคมไทย พัฒนาไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ การอ่านนั้นเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ ในทุกๆปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการคิด หรือกระทำสิ่งใดนั้น ย่อมต้องอาศัยการอ่านเป็นสำคัญจากสถิติการอ่าน ครั้งล่าสุดในปี 2561 ได้สำรวจช่วงเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน กลุ่มตัวอย่าง 55,920 ครัวเรือนกระจายทุกจังหวัด อายุ 6 ปีขึ้นไป โดยนับการอ่านหนังสือ หรือบทความทุกประเภททั้งนอกเวลาเรียน นอกเวลาทํางาน และ ช่วงเวลาพักพบว่าคนไทยอายุ 6 ปีขึ้นไปมีอัตราการอ่าน 78.8% หรือจำนวน 49.7 ล้านคนเพิ่มขึ้นจากปี 2558 ซึ่งอยู่ที่ 77.7% แบ่งเป็นผู้ชาย 79.7% และผู้หญิง 77.9% วัยรุ่นอ่านมากที่สุด 92.9% เฉลี่ย 109 นาทีตามด้วยวัยเด็ก 89.7% เฉลี่ย 83 นาที, วัยทำงาน 81.8% เฉลี่ย 77 นาทีและวัยสูงอายุ 52.2% เฉลี่ย 47 นาที

มูลนิธิกระจกเงา มองเห็นความสำคัญของการอ่านเป็นอย่างมากเพราะเชื่อว่าหนังสือก็เปรียบเสมือนปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตทุกคน ดังนั้นโครงการอ่านสร้างชาติจึงเกิดขึ้นโดยการเปิดรับ หนังสือบริจาคที่เป็นหนังสือดีมีประโยชน์ อีกทั้งผู้รับหนังสือยังสามารถเลือกหนังสือที่ตัวเองต้องการได้ ไม่ใช่ถูกกำหนดโดยผู้บริจาคแต่ เพียงฝ่ายเดียว การอ่านจะสร้างชาติเพื่อเปลี่ยนแปลงได้อย่างไรนั้น เราอยากให้คนที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงได้ สัมผัสจริงๆว่าหนังสือ มีส่วนร่วมช่วยสร้างความสำเร็จในการดำรงชีวิต เป็นรากฐานของการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้โครงการอ่านสร้างชาติ ได้ระดมรับบริจาคหนังสือมือสอง เพื่อส่งมอบต่อให้ห้องสมุดโรงเรียนขนาดเล็ก ห้องสมุดชุมชน ห้องสมุดศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน วัด ชุมชนแออัดในเมืองหลวง โรงงาน เราขอส่งเสริมการอ่านให้กับเยาวชน ประชาชนผู้สนใจ ตลอดจนถึงผู้ประกอบอาชีพรับจ้างบนฐานความจริง มีหนังสือดี ๆ ผลิตขึ้นมาเป็นจำนวนมาก แต่อยู่ในมือของผู้อ่านที่มีโอกาส หากหนังสือเหล่านั้นสามารถเคลื่อนย้ายไปถึงผู้อื่น ที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงหนังสือ ก็จะทำให้เกิดการเพิ่มคุณค่าของหนังสือดีมือสอง เราเชื่อว่าการส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมหนังสือมือสอง จะนำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมการอ่านอย่างกว้างขวาง

“อ่านเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย”

 

ขอขอบคุณข้อมูลสถิติการอ่านจาก https://positioningmag.com/1223380

Share Button