ชายพิการไร้บ้านทรุดโทรมหนัก ไร้หน่วยงานรัฐดูแล

ชายพิการไร้บ้านคนหนึ่งผู้ต้องแบกรับน้ำหนักจากปัญหาของรัฐในการจัดสวัสดิการ​ที่ดีให้กับเขา
.
ชายพิการที่ต้องใช้ร่างกายพิการจากอาการเส้นเลือดในสมองตีบ แต่ต้องมาแบกรับปัญหาสถานสงเคราะห์คนพิการของรัฐที่มีคิวต่อเข้ารับการดูแลในสถานสงเคราะห์กว่า 100 คิว และรอคิวนั้นมาตั้งแต่มกราคมปีที่แล้ว
.
ชายพิการที่ไร้บ้าน ไร้ที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม แต่ต้องมาแบกรับความไม่สามารถของรัฐในการบริหารจัดการเพื่อให้ประชาชนผู้ต้องการรับการดูแลจากรัฐอย่างเร่งด่วนให้ได้รับการดูแลตามความประสงค์ของเขา
.
ชายพิการที่ต้องอยู่กับคุณภาพชีวิตย่ำแย่ แต่ต้องมาแบกรับกับปัญหาที่สถานสงเคราะห์ที่ดูแลกลุ่มคนไร้ที่พึ่งของรัฐบอกมาว่า ไม่สามารถรับเขาเข้าไปดูแลได้ก่อน เนื่องจากกลัวว่าภายในสถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งจะรับมือในการดูแลคนพิการไม่ไหว และที่สำคัญคือกลัวการไม่สามารถส่งต่อไปให้สถานสงเคราะห์เฉพาะทางอย่างสถานสงเคราะห์คนพิการได้ เนื่องจากทางนั้นก็บอกว่าคนขอฉันเต็มและมีคิวจ่อรอเป็น 100 คิวในทุกสถานสงเคราะห์คนพิการของประเทศนี้
.
ชายพิการที่สภาพร่างกายทรุดโทรมลงทุกวัน แต่เขาต้องมาแบกรับกับการที่ไม่มีหน่วยงานรัฐหน่วยงานใดที่จะเข้ามาดูแลเขาอย่างเร่งด่วน ที่เริ่มต้นจากการพาไปตรวจสภาพร่างกาย การหาที่พักอาศัยให้ การดูแลสุขภาพร่างกาย การดูแลให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดี
.
ชายพิการไร้บ้าน ร่างกายทรุดโทรมลงทุกวัน แต่เขาต้องมาแบกรับปัญหาของภาครัฐ เขาต้องแบกและรอคอยอยู่ที่ศาลาวัดแห่งหนึ่งริมคลองแสนแสบอยู่ทุกวี่วัน
.
ชีวิตชายคนนี้กำลังบี้แบนพังทลายไปเท่าไหร่แล้ว ท่านลองตรองดู กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
Share Button

เรื่องเล่าของ “กล้วย” นักผจญงานผู้ไร้บ้าน

วันนี้เขามาทำงานด้วยเทรนด์แฟชั่น Y2K
.
“กล้วย”เป็นชื่อที่เขาบอกกับเรา กล้วยเป็นคนไร้บ้านและเขาเองน่าจะมีปัญหาทางสติปัญญา กล้วยเข้ามาทำงานกับจ้างวานข้าในรูปแบบที่ไม่เหมือนจ้างวานข้าคนอื่นๆ เขามาทำงานให้บริการซักผ้า อบผ้า และห้องอาบน้ำให้แก่คนไร้บ้าน
.
เราเจอกล้วยครั้งแรกในวันที่ทางมูลนิธิกระจกเงาจัดแคมเปญวันซักผ้าและอาบน้ำแห่งชาติ เขามากับจดหมายน้อยฉบับหนึ่ง จดหมายที่มีคนใจดีเขียนให้และแนะนำให้เขามาหาเราเพื่อที่จะได้มีงานทำ ในวันนั้นกล้วยแสดงสปริตอย่างสูง สูงจนการทำงานของเขามันทำการสื่อสารกับเราว่าเขาอยากทำงาน เรานัดหมายกับเขาให้มาเริ่มงานที่เขาสามารถจะทำได้ แต่แล้วเขาก็หายไป
.
วันหนึ่งเขาก็เดินเข้ามาหาว่าเขาอยากช่วยงาน มันเป็นช่วงที่เราทำกิจกรรมรถซักอบอาบน้ำไปจอดให้บริการกับคนไร้บ้านที่ใต้สะพานปิ่นเกล้า ถนนพระอาทิตย์ “ผมมม ผมมช่วยย” ประโยคติดอ่างของกล้วยที่มักพูดติดปากอยู่ตลอดเวลาในช่วงขณะทำงาน เราจ้างกล้วยให้ช่วยงานเป็นประจำ
.
แต่กล้วยยังเหมือนเดิม ยังเป็นเหมือนสายลับอะไรแบบนั้น บางช่วงก็หายไปเป็นอาทิตย์ เขามักกลับมากับคำบอกเล่าว่า เขาไปหาเงินอยู่ที่ตรงนั้นตรงนี้ ครั้งล่าสุดเขาบอกว่าไปต่อคิวรับพระเครื่องแล้วก็ปล่อยเช่าให้กับเซียนพระที่หน้างานแจกพระนั่นแหละ ได้ทั้งเที่ยว ได้ทั้งกิน ได้ทั้งเงิน
.
เรามักถามเขาทุกครั้งที่เจอกันว่า “กล้วยเดี๋ยวนี้ไปนอนแถวไหน” ที่ต้องถามเพราะกล้วยเองเปลี่ยนที่นอนบ่อยครั้งมาก ที่ต้องเปลี่ยนที่นอนบ่อยครั้ง สาเหตุเกิดจากกล้วยมักถูกรังแก หรือบางครั้งก็ถูกทำร้ายเอาแรงๆ เขาเคยชี้ให้เราดูแผลที่หัวที่เคยเป็นรอยแตก ในบางวันกล้วยก็มาบอกว่าเขาเช่าห้องแล้วนะอยู่ที่แถวรังสิต แต่เมื่อถามว่าห้องน้ำรวมมั้ย เขากลับตอบว่าไปเข้าห้องน้ำที่ปั๊มน้ำมัน
.
เราเคยถามกล้วยว่าเงินที่ได้จากการทำงานกับเราที่รถซักอบอาบน้ำ เขาเอาไปใช้อะไรบ้าง กล้วยตอบอย่างเร็วว่า เขาเอาไปซื้อข้าวกิน เขาชอบสั่งกะเพราหมูสับ และที่ขาดไม่ได้ต้มยำรวมมิตร “กินกับข้าวเปล่า ซดต้มยำอร่อย” คนฟังคำตอบถึงกับกลืนน้ำลายเรื่องเล่าจากร้านอาหารของเขา
.
วันนี้เราคุยกับเขาว่า เร็วๆ นี้เราจะทำการเปิดบริการห้องสุขา และห้องอาบน้ำ รวมถึงรถซักอบอาบ ให้กับคนไร้บ้านทุกวันไม่มีวันหยุด กล้วยอยากมาทำงานกับเราทุกวันมั้ย เขาพยักหน้าแทนคำตอบรับ เราบอกข้อมูลให้กับกล้วยเพิ่มเติมว่า รออีกสักไม่เกิน 2 เดือนพื้นที่ตรงนั้นจะทำหน้าที่ปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้กับคนไร้บ้าน เพื่อว่าวันหนึ่ง เมื่อเขาพร้อมที่จะเปลี่ยนจากไร้บ้านมามีบ้านเขาจะสามารถเปลี่ยนผ่านได้จากการเริ่มต้นจากจุดตรงนี้
.
เราบอกส่งท้ายกับกล้วยว่า “กล้วยเองก็เหมือนกันนะ”
——————————————
สนับสนุน​จ้างวาน​ข้าและการสร้างพื้นที่สวัสดิการ
เพื่อดูแลคนไร้บ้าน ได้ที่​
โครงการผู้ป่วยข้างถนน โดยมูลนิธิกระจกเงา
เลขที่ 202-2-58289-4 SCB
Share Button

ความหวังของชายไร้บ้าน หลังอาศัยข้างถนนมา 3 ปี

.
“นิทานการไร้บ้าน”
.
กาลครั้งหนึ่ง มีชายคนหนึ่งที่เกิดอยู่ในครอบครัวที่ปากกัดตีนถีบกันทั้งครอบครัว รายได้ที่ได้มาของแต่ละคนมันแค่พอที่จะเลี้ยงปากท้องได้แต่เพียงตนเอง ไม่มีเงินเหลือพอให้เก็บ ไม่มีเครดิตให้พอไปกู้ยืมได้ การศึกษาทั้งหมดอยู่ในระดับต่ำ แม้บางคนอาจจะจบที่มัธยม 3 ก็ตามที
.
ทำงานไปทำงานมา ทุกคนยังอยู่ในบ้านหลังเดิม อายุของทุกคนล่วงมาในวัยกว่า 50 ปีแล้วเห็นจะได้ มีใครคนหนึ่งในบ้านเกิดตกงานที่ตัวเองเคยทำมา เขาพยายามหางานใหม่แต่ก็หาไม่ได้ หาไม่ได้ด้วยเหตุผลว่าเขานั้นชราจนเกินไป เกินไปที่นายจ้างจะทนจ้างความเชื่องช้าไม่ทันการนั้นได้
.
เขาอยู่ในสภาพตกงาน จาก 1 ปี เป็น 2 ปี และเป็น 3 ปี เขาเริ่มถูกมองว่าเป็นภาระเป็นตัวถ่วงของบ้านก็ตั้งแต่ขวบปีแรกที่ต้องตกงาน ความอดทนมีอยู่อย่างจำกัด คับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยากใครๆ ก็รู้ วันหนึ่งเขาเก็บเสื้อผ้าเท่าที่พอมีอยู่ใส่กระเป๋าเป้ใบหนึ่ง ตายเอาดาบหน้าเขาบ่นบอกกับตัวเอง
.
เขานั่งรถเมล์ ตั้งเป้าหมายในใจว่า คืนนี้นอนข้างถนนราชดำเนินก่อนก็แล้วกัน เช้าก็ค่อยตื่นไปหางานทำดู ผลปรากฏว่าอาทิตย์นั้นทั้งอาทิตย์เขาหางานไม่ได้เลย เขาไปได้งานในอาทิตย์ที่ 2 มีคนจ้างเขาทำงาน 1 วัน เขาอยู่ในสภาพของคนนอนข้างถนนตกงาน จาก 1 ปี เป็น 2 ปี และล่วงมาเป็น 3 ปี
.
3 ปีที่อยู่ที่ข้างถนน เขาหางานทำได้ตลอดแต่มันเป็นงานไม่ต่อเนื่อง รายได้ต่ำ เขานึกถึงคำของตัวเองที่ปลุกปลอบใจในวันที่เขาตัดสินใจออกจากบ้าน “คืนนี้นอนข้างถนนราชดำเนินก่อนก็แล้วกัน เช้าก็ค่อยตื่นไปหางานทำดู” 3 ปีเข้าให้แล้วที่เขาต้องนอนที่นี่ที่ข้างถนนราชดำเนินมาร่วม 3 ปีแล้ว
.
ในคืนวันนั้น คืนวันที่เขาจะหลับใหลไปพร้อมกับคราบน้ำตาตัวเอง เพื่อนคนไร้บ้านที่เขาเคยรู้จัก เดินเข้ามาคุยกับกลุ่มคนไร้บ้านกลุ่มหนึ่งที่อยู่ข้างๆพื้นที่นอนของเขา เขาเล่าว่าตอนนี้เขามีห้องเช่าแล้วนะ และเขามีงานทำ 5 วันต่อสัปดาห์ เขาบอกว่าเขาไปทำงานกับ จ้างวานข้า มูลนิธิกระจกเงาอยู่
.
หลายคนไถ่ถามว่าจะไปสมัครได้ที่ไหน อดีตคนไร้บ้านคนนั้นตอบมาว่า เขาเปิดรับสมัครงานที่ใต้สะพานปิ่นเกล้านะ ทุกวันอังคารและศุกร์ที่เขามาเปิดให้บริการรถซักอบอาบนั่นแหละ หลายคนบอกกันว่า ดีเลยพรุ่งนี้ก็วันอังคารนี่หว่า เขาคนนั้นที่นั่งตั้งใจฟังอยู่เงียบๆ บอกตัวเองในใจอีกครั้งว่า “พรุ่งนี้จะไปสมัครงานนี้ให้ได้” เขาล้มตัวนอนที่ไม่ใช่พร้อมคราบน้ำตา แต่พร้อมด้วยความหวังในหัวใจที่มันชัดเจนขึ้นอีกครั้ง
——————————————
สนับสนุน​จ้างวาน​ข้าได้ที่​
โครงการผู้ป่วยข้างถนน โดยมูลนิธิกระจกเงา
เลขที่ 202-2-58289-4 SCB
Share Button