ขนความช่วยเหลือสู่ผู้ประสบภัย จ.อุบล

ภาพภายในบ้านผู้ประสบอุทกภัย
ที่จะอธิบายคำว่า “สิ้นเนื้อประดาตัว”
.
น้ำกวาดทรัพย์สินทุกอย่างไปหมด
ทรัพย์สินที่เรานึกถึงอาจหมายถึงเงินทอง
.
แต่สำหรับชาวบ้านรายได้น้อย
“ทรัพย์สิน” หมายรวมถึง
.
ชั้นวางของ ตู้เสื้อผ้า บานกระจก
หม้อข้าว เตาแก๊ส ที่นอน หมอนมุ้ง ฯลฯ
.
บางบ้าน “ชักโครก” ยังต้องเก็บตังค์ซื้อ
เพื่อผู้เฒ่าผู้แก่ภายในบ้าน
.
วันนี้ทุกอย่างน้ำพัดเสียหายไปหมด
เก็บตังค์อีกเท่าไหร่
กว่าจะได้กลับมาดังเดิม
.
การนำทรัพยากรของผู้มีเหลือใช้
เข้าไปแบ่งปันในช่วงเวลาแห่งการสูญเสียนี้
จะเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย
ปลดเปลื้องความทุกข์อย่างเป็นรูปธรรม
.
นี่คือภารกิจฟื้นฟูผู้ประสบภัยหลังน้ำลด
ของโครงการแบ่งปันเพื่อการเปลี่ยนแปลง
.
สัปดาห์นี้เราเหมารถสิบล้อ 2 รอบ
เพื่อนำข้าวสารอาหารแห้ง เสื้อผ้า เสื้อกันหนาว
หมอน ผ้าห่ม เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า
ที่ได้จากการบริจาค ขนขึ้นจนเต็มคันรถ
มีปลายทางเพื่อดูแล พี่น้องชาววารินชำราบ
จังหวัดอุบลราชธานี
———————————————
บริจาคสิ่งของเหลือใช้สภาพดีได้ที่
มูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 191
ซอย วิภาวดีรังสิต 62 แยก 4-7
แขวงตลาดบางเขน เขต หลักสี่ กทม. 10210
โทร.061-909-1840, 063-931-6340
Share Button

น้ำลดลงแต่ภาระยังคงหนัก: วิกฤติหมดตัวของผู้ประสบภัย

ก่อนหน้านี้ สิ่งของในภาพ
เคยเป็นทรัพย์สิน ใช้สอย
ของใครบางคน
.
น้ำพัดทำลายทุกอย่าง
ให้กลายเป็นเพียงขยะกองนึง
.
และเหตุการณ์น้ำท่วม
ที่ทำให้ทุกอย่างกลายเป็นขยะ
ก็ดูเหมือนจะเลือนลางลงไป
ความชินชา ทำให้ความช่วยเหลือขาดหาย
ยิ่งน้ำลด ความช่วยเหลือยิ่งเจือจาง
.
แท้ที่จริงแล้ว ช่วงหลังน้ำลดนี่แหละ
ที่ชาวบ้านต้องเผชิญ
กับสถานการณ์หมดตัวอย่างแท้จริง
.
บางคนหมดตัว บางคนตกงาน
ยังหางานใหม่ทำไม่ได้
.
กระจกเงาชวนบริจาคอุปกรณ์ล้างบ้าน
หรืออุปกรณ์ชองใช้ภายในบ้านที่จำเป็น
เพื่อช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่าย ให้กับผู้ประสบภัย
.
บริจาคได้ทื่ศูนย์อาสาสมัคร มูลนิธิกระจกเงา
โรงสีข้าวอุบลสิน 27 หมู่ 8 ถนนกันทรลักษ์
ตำบลแสนสุข อำเภอวารินชำราบ
จังหวัดอุบลราชธานี 34190
โทร 081-093-4053
Share Button

ชีวิตของแม่เลี้ยงเดี่ยว เมื่ออนาคตและบ้านจมหายไปในน้ำ

“พี่มีแต่ลูกผู้หญิง ไม่กล้าให้ไปนอนที่ศูนย์พักพิง เลยต้องไปขออาศัยบ้านญาติ ก่อนออกจากบ้าน ก็ช่วยกันขนของ เขาบอกว่าน้ำน่าจะท่วมไม่ถึงชั้นสอง เราก็ไม่ได้เอาอะไรออกมามาก เอาเท่าที่จำเป็น พวกเสื้อผ้าชุดนักเรียนลูก กับรถมอเตอร์ไซค์ ของชิ้นใหญ่ ตู้เย็น ก็ต้องจ้างคนมาช่วยขนขึ้นชั้นสอง”
.
“พี่เป็นคนอำเภอวารินฯ เกิดที่นี่ โตมากับน้ำมูล พ่อแม่ทำอาชีพประมง มีพี่น้อง 7 คน ครอบครัวเราลำบาก ไม่มีเงินส่งเรียนหรอก พี่ได้เรียนถึง ป.6 ก็เริ่มไปทำงานตามโรงงาน ทำงานรับจ้าง จนกระทั่งแต่งงาน สามีเป็นลูกจ้างเทศบาล พี่ก็ออกจากงานเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูก มีเวลาว่างก็รับจ้างเล็กๆ น้อยๆ รับจ้างซักผ้าบ้าง เป็นรายได้เสริม เพราะเงินเดือนสามีอย่างเดียว ไม่พอค่าใช้จ่าย”
.
“จนเมื่อ 8 เดือนก่อน สามีพี่เสียชีวิต เขาเส้นเลือดในสมองแตก ชีวิตครอบครัวเปลี่ยนเลย ลูกคนเล็กยังเรียนมัธยม อีกคนเรียนอาชีวะ เป็นลูกสาวทั้งคู่ เราไม่มีผู้นำครอบครัวแล้ว ก็ต้องเริ่มทำงาน หางาน จนได้งานเป็นแม่บ้านทำความสะอาด ได้ค่าจ้างวันละ 350 บาท”
.
“พี่ไปทำงานทุกวัน ขี่รถเครื่องข้ามแม่น้ำจากฝั่งอำเภอวารินฯ ไปทำงานในเมืองอุบลฯ เดือนนึงหยุดแค่ 4 วัน ก็มีรายได้ 8,000- 9,000 บาท ไว้เป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน ให้ลูกไปเรียน ตั้งแต่สามีเสียไป ก็ทำงานหาเงินมาตลอด จนน้ำท่วม”
.
“พอน้ำท่วม พี่ก็ไปทำงานไม่ได้ เพราะน้ำท่วมสูงมาก จะอ้อมไป ก็ไกลมาก เข้างานไม่ทัน ห่วงของห่วงลูกด้วย ก็ต้องรอน้ำลด บอกเถ้าแก่ว่าเดินทางไม่ได้ ขอลาหยุดก่อน ตั้งแต่ตอนนั้นก็เป็นเดือนแล้วที่ไม่ได้ไปทำงาน ป่านนี้เขาคงจ้างคนอื่นไปแล้ว”
.
“ตอนน้ำท่วมปี 2562 ข้าวของในบ้านก็ไปกับน้ำหมด เอาอะไรออกมาไม่ได้เหมือนกัน แต่ปีนั้นพี่ยังมีหัวหน้าครอบครัว ยังมีสามี เราก็ยังมีแรงทำ บ้านพัง ของเสีย เขาก็ซ่อมใหม่ได้ แต่ปีนี้ไม่เหมือนเดิม ไม่มีสามีแล้ว ปีนี้น้ำขึ้นถึงชั้นสอง ของที่ขนเก็บจมน้ำหมด ตู้เย็น เตียงลอยตามน้ำ ของทุกอย่างไปหมดเลย (ร้องไห้) เหมือนมันไม่เหลืออะไรแล้ว เหลือแต่หลังคา ที่พ้นน้ำ”
.
“ตอนนี้พี่ยังมองไม่เห็นอนาคตเลย ยังไม่รู้จะทำยังไงกับมัน (เงียบ) ลูกก็ต้องไปเรียน บ้านก็ต้องทำอีกเยอะ ทุกอย่างมันต้องใช้เงินทั้งนั้น ลูกสาว เขาปลอบใจว่า แม่ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก ปีก่อนๆ น้ำก็ท่วม เรายังผ่านมาได้ ตอนนี้ไม่มีรายได้ ก็ยืมเงินญาติให้ลูกได้ไปเรียน ของแจกที่ได้ ก็เอาไปกินกันก่อน เดี๋ยวพอน้ำลด เดินทางได้เหมือนเดิม พี่จะลองไปคุยกับเถ้าแก่เขาดู เผื่อเขาจะรับพี่กลับไปทำงานเหมือนเดิม”
—————————————————-
จินตนา ควรเมืองกล้า อายุ 53 ปี
ผู้ประสบอุทกภัย ชุมชนท่ากอไผ่
อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
—————————————————-
บทสัมภาษณ์นี้ ทีมงานกระจกเงา คุยกับพี่จินตนา ตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว กระทั่งถึงตอนนี้ ที่บ้านท่ากอไผ่ บ้านของเธอ ยังมีน้ำท่วมขัง เพราะอยู่ติดริมน้ำมูล ทีมงานประเมินว่าอีกเกือบสิบวัน น้ำจึงจะลด ถึงวันนั้น เราจะจัดกองกำลังอาสาเข้าหมู่บ้าน ไปช่วยครอบครัวของเธอ รวมถึงชาวบ้านรายอื่นๆ ด้วย
Share Button

บทสัมภาษณ์ทีมงานจ้างวานข้า: หนึ่งคำถาม หลายคำตอบ

“เป็นช่างไฟมา 40 ปี​ ทำเป็นหมด
ซ่อมสวิตซ์น้ำท่วม เดินไฟได้
เรื่องไฟโอเค เป็นความสามารถพิเศษ
ทำมาแต่เด็กจนเกษียณ​เลย”
.
ประโยคขิง​ๆ ของจ้างวานข้า
เมื่อถูกถามว่า​ จะไปทำอะไร
ในการไปฟื้นฟูบ้านน้ำท่วมที่อุบล
.
เพลงลอยมา
“ใจสู้หรือเปล่า​ ไหวมั้ยบอก​มา
โอกาส​ของผู้กล้า​ ศรัทธา​ไม่มีท้อ”
————————–
สนับสนุน​จ้างวานข้า​ IN อุบลราชธานี​ได้ที่​
.
โครงการผู้ป่วยข้างถนน โดยมูลนิธิกระจกเงา
เลขที่ 202-2-58289-4 SCB
.
กองทุนภัยพิบัติมูลนิธิกระจกเงา
เลขที่ 202-258298-3 SCB
Share Button

ถ้วยรางวัลแห่งการส่งต่อของผู้ว่า “ชัชชาติ”

‘ถ้วยรางวัล’ สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ
ที่ยืนยันถึงความพยายาม
และความตั้งใจของนักกีฬา
.
การส่งต่อถ้วยรางวัล
จึงเป็นการส่งต่อแรงบัลดาลใจ
และถ้วยรางวัลมือสองหลายชิ้น
ที่ผ่านการใช้งานน้อยครั้ง
ยังมีศักยภาพทำหน้าที่นั้นได้เป็นอย่างดี
.
ถ้วยรางวัลจากการบริจาค
ที่ศูนย์แบ่งต่อ มูลนิธิกระจกเงา
จึงถูกเลือกเป็นถ้วยรางวัลเกียรติยศ
ของผู้ว่าชัชชาติ ในงานวิ่ง
Ultra Park Run Thailand 100
.
เช่นเดียวกับการแข่งขันกีฬาในโรงเรียนขนาดเล็ก
ที่ถ้วยรางวัล ให้แรงบัลดาลใจ
เด็กๆ ไม่ซีเรียสว่าถ้วยรางวัลที่ได้รับจะเก่าหรือใหม่
ชื่อที่สลักจะตรงประเภทกีฬาที่แข่งหรือไม่
.
ขอแค่ได้อยู่ในโมเมนต์
ชูถ้วยรางวัลให้สุดแขน
เป็นเครื่องยืนยัน
ว่าความพยายามของพวกเขามีความหมาย
.
ยิ่งกว่านั้น การได้มาซึ่งถ้วยรางวัล
ต้องอาศัยอุปกรณ์กีฬา
ที่จะเป็นตัวช่วยฝึกฝน
ให้เด็กๆ ใช้ความมานะอดทน
พัฒนาทักษะของตัวเอง
ให้ไปถึงวันแห่งชัยชนะ
.
ศูนย์แบ่งต่อ มูลนิธิกระจกเงา
มีถ้วยรางวัล เหรียญรางวัลเก่า
รวมถึงอุปกรณ์กีฬา ที่ได้จากการบริจาค
.
และเรายินดีให้โรงเรียนหรือหน่วยงานของคุณ
เข้ามาเลือกหยิบ ให้สิ่งของทุกชิ้น
ถูกนำกลับไปใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ
ติดต่อได้ที่ 062-267-9191
.
หากคุณเป็นสายแข่งขัน
มีอุปกรณ์กีฬาเก่า เหลือใช้ สภาพดี
หรือเหรียญ ถ้วยรางวัล วางไว้ไม่ได้ใช้งาน
สามารถส่งต่อมันเป็นแรงบัลดาลใจให้เด็กๆ
อย่างที่มันเคยทำหน้าที่เป็นแรงบัลดาลใจให้แก่คุณ
.
ส่งมาได้ที่ มูลนิธิกระจกเงา
เลขที่ 191 ซอย วิภาวดีรังสิต 62 แยก 4-7
แขวงตลาดบางเขน เขต หลักสี่ กทม. 10210
โทร.061-909-1840, -63-931-6340
.
ขณะนี้มีโปรฯ ส่งพัสดุจาก นิ่ม เอ็กซ์เพรส
คิดค่าบริการเหมาจ่ายเพียง 30 บาท/กล่อง
น้ำหนักไม่เกิน 25 กก./กล่อง
Share Button

คำสัญญาของคุณตาที่ตามหาน้องชายมาตลอด 3 ปี

หลังความตายของพ่อกับแม่
คุณตาอายุ 74 ปีซึ่งเป็นพี่ชายคนโต
ถูกฝากฝังให้ดูแลน้องชายคนสุดท้อง
ทุกวันคุณตาและภรรยารวมทั้งญาติๆ
จะเตรียมข้าวให้น้องไว้กินระหว่างวัน
เตรียมเงินไว้ให้เดินไปซื้อของกินเล่น
.
น้องชายคนสุดท้องชื่อ พรม
เขาอายุห้าสิบกว่าปีแล้ว
แต่เขาไม่รู้จักชื่อตัวเอง
เขาเป็นคนพิการทางสติปัญญา
เขาจะคุ้นชื่อที่ทุกคนเรียกว่า “อ่อน”
.
เขามักเดินไปเล่นแถวบ้าน
ตกเย็นเขาจะเดินกลับมาเอง
หมู่บ้านเขาชื่อ “คลองปลาโด”
แต่ถ้ามีใครถามว่าบ้านอยู่ไหน
เขาจะตอบได้เพียง “อยู่โด”
.
เขาเดินหายจากบ้านไป 3 ปีแล้ว
ไม่กลับมาอีกเลย
พี่ชายและญาติออกตามหาจนทั่ว
แต่ไม่พบเบาะแสของเขา
.
สัปดาห์ก่อนเรานัดคุณตาที่โรงพัก
คุณตามาผิดเวลาเกือบชั่วโมง
หลังจอดรถสามล้อเครื่อง
คุณตาเดินขากะเผลกมาหน้าอาคาร
ถอดรองเท้าแล้วเดินขึ้นบันได
ตาบอกว่าที่มาช้าเพราะตอนเช้า
ที่บ้านกำลังไปปลูกมันสำปะหลังกัน
.
เราพาคุณตามาเก็บดีเอ็นเอ
เพื่อเทียบกับศพนิรนาม
ครอบครัวเคยทำบุญแจกข้าว
เขียนชื่อของ พรม ลงในถุงข้าว
หวังให้เขาได้รับบุญกุศลบ้าง
คุณตาบอกว่าไม่รู้จะตามหาที่ไหน
และยังจำคำที่พ่อแม่ฝากฝังไว้ว่า
“อย่าทิ้งมันนะ”
————————————————————-
สถานการณ์คนหายปัจจุบัน ผู้ป่วยจิตเวชและพิการทางสมองหายออกจากบ้านเป็นจำนวนมาก มีแนวโน้มว่าคนกลุ่มนี้จะเร่ร่อนตามข้างถนน ซึ่งกลายเป็นคนนิรนามในสถานสงเคราะห์หรือกลายเป็นศพนิรนามจากอุบัติเหตุหรือจากการโดนทำร้าย จึงควรมีการเก็บดีเอ็นเอญาติคนหาย เพื่อเทียบกับศพนิรนาม
—————————————————————
สนับสนุน การพาคนหายกลับบ้าน
บัญชีโครงการศูนย์ข้อมูลคนหาย โดยมูลนิธิกระจกเงา
SCB 202-258-288-6
Share Button

ดวงตาของยายไร้บ้านที่อยู่ห่างไกลการรักษา

เป็นคนไร้บ้านอยู่ข้างถนนมามากกว่า 20 ปี แต่ที่ไม่แน่ใจก็คือไอ้โรคที่ดวงตาขวาของแกนั้นมีจุดเริ่มต้นเมื่อไหร่ และมันนับได้เป็นปีที่เท่าไหร่ของชีวิตไร้บ้านของแก รู้แต่เพียงว่าเมื่อต้นปี 65 ที่ผ่านมา มันเริ่มแย่ขึ้น เพราะรอบตา มันบวมแดง อักเสบ รู้สึกเจ็บข้างในลูกตา
.
มีวันหนึ่งช่วงเกือบกลางปี 65 มีอันธพาลมารีดไถเงินแก เมื่อแกไม่มีให้ มันก็ทำร้ายร่างกายเอา ต่อยเข้าที่ตา ทุบเข้าที่หัว แผลที่ดวงตาก็เริ่มแย่และเจ็บมากขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
.
แกเล่าว่าแกไปรักษาที่โรงพยาบาลอยู่ ไปล้างแผล ไปทำแผล แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนเกือบปลายปี ตาข้างขวามันบวมรุนแรง แผลเริ่มอักเสบ ลูกตาเหมือนจะหลุดออกมาจากเบ้า เวลาของการนอน ถแกต้องนั่งนอนเพื่อลดทอนความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นถ้าต้องนอนในท่านอนราบกับพื้น
.
แกยังคงไปหาหมออยู่บ้าง ไปบ้างเมื่อมันเริ่มเจ็บปวดมากเกินทนทาน แกบอกกับเราว่าแกไม่อยากไปหาหมอ ไม่ใช่ไม่อยากหาย แต่มันเจ็บปวดเกินจะทนทาน ในตอนที่หมอทำการล้างแผลให้แก “มันเหมือนโดนหินเอามากระแทกที่ตา หมอมือหนักอย่างกับหิน” แกพยายามอธิบายความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นตอนถูกล้างแผลให้เราฟัง
.
สุขภาพจิตแกก็แย่ลงตามไปด้วย แย่จากความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับแกในทุกวัน อารมณ์วีนเหวี่ยง ร้องไห้ เกิดขึ้นตลอด ไม่ว่าจะเป็นพวกเรา ทีมงานผู้ป่วยข้างถนน คนที่เข้าไปถามไถ่แก ไม่เว้นแม้แต่หมอพยาบาลก็ถูกแกวีนถูกแกเหวี่ยงใส่
.
“เจ็บมากๆ เลยหนู ยายจะอยู่ถึงปีหน้ามั้ย เจ็บจนอยากจะตาย” ประโยคที่เป็นทั้งคำอุทธรณ์และระดับของความเจ็บปวดที่แกได้รับอยู่
.
เราปลอบประโลมและพยายามชักชวนให้แกไปหาหมอดีกว่า และกว่าที่แกจะยอมไปก็ใช้เวลาไม่น้อย แกยอมมาโรงพยาบาลด้วยกันกับเรา เมื่อหมอเมื่อพยาบาลเห็นแก ก็เดินเข้ามาหาทันที ทักทายแกเหมือนญาติสนิทคนหนึ่ง หมอและพยาบาลต่างเล่าให้พวกเราฟังว่า แกมาหาที่โรงพยาบาลบ่อย มาทำแผลรับยา แต่แกไม่เคยมาตามนัดหมายที่ทางหมอทำนัดให้เลย ซึ่งหมอคาดว่าแกอาจเป็นมะเร็งที่ประสาทตา
.
แกเจ็บ แกกลัวการมาหาหมอ ประกอบกับค่ารถที่แกไม่สามารถหามาได้ การเดินทางจากสุดฝั่งหนึ่งของกรุงเทพที่แกนอนไร้บ้านอยู่ มายังโรงพยาบาลที่นัดหมายแกไว้ในอีกสุดฝั่งตรงข้ามของกรุงเทพ มันเป็นเหตุผลเพียงพออยู่ พอเพียงต่อการไม่ได้มาตามนัดหมายของหมอเพื่อจะได้รักษาตาของแกได้อย่างต่อเนื่อง
.
วันนี้เราพาแกมาหาหมออีกครั้งตามที่หมอนัดหมาย ทั้งหมอทั้งพยาบาลดูมีท่าทีพึงพอใจเป็นอย่างมากที่แกมาหาหมอได้ตามที่นัดหมายสักที หมอบอกพวกเราว่า “ดีมากๆ เลยที่แกได้มาตามนัดหมายสักที” แต่สิ่งที่เรายังดีใจไปไม่สุดก็เป็นเรื่องที่แกยังไม่ยอมเข้าไปในศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ทางรัฐเขาจัดไว้ให้
.
พวกเราได้วางแผนดูแลแก เพื่อจะพาแกให้สามารถไปเข้าสู่การรักษาให้ได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โรคที่แกเป็นอยู่มันทุเลาเบาบางขึ้น อาการดีขึ้นเป็นลำดับ สุขภาพกายดีขึ้นสุขภาพจิตก็ดีขึ้นตามมา พวกเรากำลังทำหน้าที่เสมือนการสร้างเส้นทางเฉพาะกิจเพื่อเชื่อมโยงคนป่วยที่ไม่สามารถเข้าสู่การรักษาได้ด้วยเงื่อนไขบางอย่างให้สามารถเข้าสู่ระบบการรักษาได้ไวขึ้น สะดวกขึ้น ต่อเนื่องขึ้น
.
แต่เราหวังไว้ว่า สักวันเส้นทางหลักจะมีเกิดขึ้น ผู้ป่วยข้างถนนที่มีเงื่อนไขพิเศษแบบยาย จะสามารถเข้าสู่การรักษาได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น โดยมีเส้นทางที่เหมาะสมกับบริบทของผู้ป่วยที่คล้ายกับแก โดยมันถูกสร้างขึ้นจากระบบการรักษาของรัฐเอง มีการขยับระบบการรักษาเข้ามาให้ใกล้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ให้ชิดขึ้น ความห่างไกลจากการเข้าสู่การรักษานั้นก็คงจะน้อยลงไปได้เอง เราหวังว่าทางพิเศษที่เราสร้างขึ้นตอนนี้จะเป็นทางที่รกร้างไม่มีใครใช้อีกต่อไปในอนาคต
.
ถ้าไปถึงวันนั้น เราทางทีมงานผู้ป่วยข้างถนน มูลนิธิกระจกเงา จะนับว่ามันเป็นความสำเร็จได้อย่างเต็มภาคภูมิเลยทีเดียว
——————————————-
สนับสนุนการทำงานได้ที่
โครงการผู้ป่วยข้างถนน โดยมูลนิธิกระจกเงา
เลขที่บัญชี 202-2-58289-4 SCB
Share Button

สู่ผู้ประสบภัยชาวอุบล ตู้กับข้าวตู้ใหม่ที่เคยเก่ามาก่อน

เมื่อตู้กับข้าว 2 ตู้นี้ตั้งอยู่เคียงข้างกัน
มันทำให้ตู้ทางซ้ายมือดูเป็นตู้ใหม่
.
แท้ที่จริงแล้ว
มันเป็นตู้กับข้าวเก่า
ที่มูลนิธิกระจกเงาได้รับมาจากผู้บริจาค
.
และเมื่อเราไปเห็นสภาพบ้านน้ำท่วม
ของชาวบ้านที่วารินชำราบ จ.อุบลฯ
และได้เห็นตู้กับข้าวและสิ่งของต่างๆ
.
เราไม่สงสัยเลยว่า
ตู้กับข้าวที่มีคนนำมาบริจาคมานี้
มันควรเดินทางต่อไปที่ไหน
.
“การแบ่งปันของคุณเปลี่ยนแปลงสังคมได้”
Share Button

รอยเปื้อนบนตัวพวกเขา ได้มาจากการล้างบ้านที่อุบล

ใจเกิน 100 อย่างแน่นอน​
อายุเกิน 1000 อย่างไม่ต้องสงสัย
.
ทีมจ้างวานข้า​ IN​ อุบล​ราชธานี
ภารกิจล้างซ่อมแซม​บ้านผู้ประสบ​ภัยน้ำท่วม
.
บ้านนั้นสะอาด​แล้ว​
ความเลอะเปรอะเปื้อน​
มาอยู่ที่พวกเขาแทน
.
เขาบอกว่าตัวพวกเขาล้างได้ง่าย
แต่บ้านชาวบ้านต้องช่วยกัน

———————–

สนับสนุน​จ้างวานข้า​ IN อุบลราชธานี​ได้ที่​
.
โครงการผู้ป่วยข้างถนน โดยมูลนิธิกระจกเงา
เลขที่ 202-2-58289-4 SCB
.
กองทุนภัยพิบัติมูลนิธิกระจกเงา
เลขที่ 202-258298-3 SCB

Share Button

เสียงแห่งชีวิตของทีมล้างบ้าน “จ้างวานข้า” กับการทำงานที่ไร้ความเหนื่อย

คนหน้าซ้าย 67 ปี คนขวา​ 57​ ปี​ พวกเขาเป็นทีมล้างบ้านจากจ้างวานข้า​ ทีมล้างบ้านครั้งนี้มีทั้งสิ้น​ 19 คน​ ล้างบ้าน​ 14 คน​ ช่างไฟ​ 3 คน​ ทำครัว​ 2 คน
.
อายุมากสุดในงานนี้คือ​ 77 ปี​ ตำแหน่งของแกเป็นหัวหน้าทีมช่างไฟฟ้า​ 3วัน​ เดินไฟฟ้าใหม่ให้ชาวบ้านมาแล้ว​ 2 หลัง และทีมแกมีกัน​ 3 คน
.
พวกเขาทั้ง 19 คน​ ตื่นก่อนตี 5 กันทุกวัน​ เตรียมตัวพร้อมทำงาน​ 7 โมงเช้า​ ระหว่างรอรถไปทำงาน​ ประสบการณ์​ชีวิตเมื่อหนหลัง​ถูกเล่าแลกเปลี่ยน​กันอย่างสนุก
.
ระหว่างการงานล้างบ้าน​ ซ่อมไฟฟ้า​ เสียงพูดคุยแทบไม่มี​ มีแต่เสียงขัดถูพื้น​และผนังบ้าน​ เสียงตอกตะปูเดินสายไฟฟ้า​ ครึดๆๆ​ โป๊กๆๆ
.
เสร็จงานในทุกวัน​ เดินออกมาชื่นชมผลงานที่ถนน​ แล้วเสร็จตะโกนดังด้วยคำว่า​ “เฮ้ๆๆ” อย่างสนุกสนาน​ เหมือนที่ผ่านมา​นั้น ไม่มีความเหน็ดเหนื่อยดำรงอยู่​เลยจริงๆ
——————————————
สนับสนุน​จ้างวานข้า​ IN อุบลราชธานี​ได้ที่​
.
โครงการผู้ป่วยข้างถนน โดยมูลนิธิกระจกเงา
เลขที่ 202-2-58289-4 SCB
.
กองทุนภัยพิบัติมูลนิธิกระจกเงา
เลขที่ 202-258298-3 SCB
Share Button