แม่ผู้แบกชีวิตลูกสาวผู้ป่วยติดเตียงด้วยร่างกายวัย 60

อุบัติเหตุทางรถยนต์
เปลี่ยนอนาคตสดใสของลูกสาววัย 23 ปี
ที่กำลังทำงานบริษัท
ให้เป็นผู้ป่วยติดเตียงตลอดชีวิต
.
เปลี่ยนชีวิตบั้นปลายของแม่ชรา
ให้เป็นผู้แบกรับภาระดูแลผู้ป่วยติดเตียง
ไปตลอดชีวิตเช่นกัน
.
“ ตอนปี 53 วันที่เขาประสบอุบัติเหตุ หมอบอกว่าก้านสมองเขาถูกทำลายหมดไม่เหลือสักเส้น ลูกเรากลายเป็นคนพิการ เดินไม่ได้ พูดไม่ได้ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องติดเตียงไปตลอดชีวิต หมอบอกให้แม่ทำใจ แต่หัวอกคนเป็นแม่นะ มันสงสารลูก มันทำใจไม่ได้เลย ”
.
“ แม่พาเขากลับมาดูแลต่อที่บ้าน พยายามคิดตามคำพระไว้ว่า แม่ยังมีมือมีเท้าครบเราจะสู้ไปด้วยกัน หน้าที่ของแม่คือดูแลเขาทุกอย่าง ยกตัวขึ้นรถเข็นไปอาบน้ำ เปลี่ยนแพมเพิส ทำกับข้าว ป้อนข้าวป้อนยา คอยพลิกตัวไม่ให้เขาเป็นแผลกดทับ ”
.
“ เขาพูดสื่อสารไม่ได้ แต่แม่คิดว่าเขายังเข้าใจคำพูดแม่นะ ทุกวันแม่จะให้เขาเลือกเมนูกับข้าว เขียนเมนูแล้วบอกเขาว่ารูปนี้ไข่ดาวนะ รูปนี้ไก่ทอดนะ ให้เขาชี้เอา แม่ก็จะทำตามเมนูที่เขาเลือก บดให้ละเอียดแล้วเอามาป้อนให้เขา”
.
“ ตั้งแต่ลูกติดเตียงมาแม่หมดเงินไปเยอะ ทั้งค่ารักษาที่โรงพยาบาล ทรัพย์สินอะไรขายได้ก็ต้องขาย แม่ขายรถยนต์ที่ใช้หากินเอาเงินมารักษาเขา ทำงานเป็นแม่ค้าขายกับข้าวเอามาจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ค่ากิน ค่าอุปกรณ์การแพทย์ให้เขา ”
.
“ ส่วนพ่อจะช่วยทำงานส่งแก๊ส เงินได้มาพ่อจะเอามาลงที่แพมเพิสลูกทั้งหมด เขาใช้วันละ 5-6อัน เดือนนึงก็หมดค่าแพมเพิสไปหลายพัน แต่เงินจากที่พ่อส่งแก๊สมันไม่ได้มีมาตลอด เพราะพ่อเขาก็ป่วยเป็นโรคหัวใจเพิ่งผ่าตัดมา เหลือหัวใจแค่ห้องเดียว ทำงานหนักมากไม่ได้”
.
“ ปีนี้แม่อายุย่าง 60 พูดกันตามตรงมันก็เป็นคนแก่แล้ว แต่แม่ยังต้องทำสารพัด ร่างกายเราก็ไม่ค่อยแข็งแรง ยิ่งเวลาพยาบาลลูก ยกตัวลูกมันหลังขดหลังแข็งนะ เจ็บเส้นเจ็บในร่างกายไปหมด เกิดมาชีวิตแม่มีแต่ค้าขายไม่ได้หยุดได้หย่อน ยิ่งลูกมาเป็นแบบนี้ต่อให้เหนื่อยแค่ไหนมันก็หยุดค้าขายไม่ได้แล้ว ถ้าหยุดไปครอบครัวเราตายกันแน่ ลูกเราตายแน่ๆ”
.
“ ปีสองปีแรกแม่ยังอยู่ด้วยความหวัง คิดเอาว่าเดี๋ยวลูกจะกลับมาเดินได้ แต่นี้เข้าปีที่สิบแล้ว มันคงเป็นอย่างหมอว่า อาการคนเป็นอย่างนี้น่ะจะไม่มีวันหายมีแต่ถดถอย ถ้าวันไหนร่างกายเขาเริ่มแย่ลง คือให้แม่ทำใจไว้ก่อนเลย ว่าเขากำลังจะจากเราไป”
.
“ หลายครั้งแม่เหนื่อยมาก ท้อมาก จนบางครั้งคิดขึ้นมาว่า ‘หรือเราตายด้วยกันมั้ยลูก…’ (ร้องไห้) แม่ทั้งเหนื่อยทั้งสงสารลูกที่ต้องมานอนทรมานติดเตียงอยู่อย่างนี้”
——————————————————
ป้าร่า วัย 60 ปี
ผู้สูงอายุที่ยังทำหน้าที่แม่สุดกำลัง
เพื่อดูแลชีวิตลูกสาวติดเตียง วัย 36 ปี
——————————————————
เมื่อสมาชิกสักคนในครอบครัวกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง มักมีสมาชิกอีกคนรับหน้าที่ผู้ดูแล สำหรับครอบครัวนี้ หน้าที่ทั้งหมดตกมาที่หญิงชราสูงอายุ แม้ร่างกายที่แก่ตัวยังต้องทำงานอย่างหนัก แต่ในฐานะแม่ เธอยินดีที่จะแบกรับลูกสาวไว้ด้วยตัวเอง
.
โครงการป่วยให้ยืม มูลนิธิกระจกเงาเชียงราย ส่งต่อวีลแชร์ให้ครอบครัวนี้ยืมใช้ และในทุกเดือนเราจะคอยดูแลด้านอาหาร ผ้าอ้อม ของใช้จำเป็นอื่นๆ สำหรับผู้ป่วย แน่นอนว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะมีผลดีต่อชีวิตผู้ป่วย ยิ่งกว่านั้นมันจะช่วยปลดเปลื้องภาระที่หนักอึ้งของคนดูแลผู้ป่วยให้เบาบางลงเป็นเท่าตัว
.
หากคุณมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่ได้ใช้งาน
สามารถบริจาคได้ที่
โครงการป่วยให้ยืม มูลนิธิกระจกเงา
เลขที่ 191 ซอย วิภาวดีรังสิต 62 แยก 4-7
แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. 10210
โทร.092-252-5454
.
หรือสนับสนุนภารกิจป่วยให้ยืม
เพื่อร่วมลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัวผู้ป่วย
ได้ที่บัญชี โครงการป่วยให้ยืม มูลนิธิกระจกเงา
เลขที่ 202-2-70398-7 SCB
Share Button

ปลายทางสุดท้าย ที่ไม่ท้ายสุดของเตียงผู้ป่วยเตียงเก่า

ในกองขยะรีไซเคิล ที่ร้านขายของเก่า
มีเตียงผู้ป่วยสีขาวสภาพดี วางปนอยู่
.
เจ้าของร้านเล่าว่า
ซาเล้งคันหนึ่งบรรทุกมันมาขาย
ปลายทางสุดท้ายของเตียงนี้
มันจะถูกรื้อขายเป็นเศษเหล็ก
.
ทีมงานป่วยให้ยืมตัดสินใจขอซื้อเตียงนั้น
เพื่อนำกลับมาซ่อมแซมทำความสะอาด
.
เพื่อเปลี่ยนปลายทางสุดท้าย
แทนที่จะกลายเป็นเศษเหล็ก
มันจะได้กลับมาทำหน้าที่เตียงดังเดิม
.
เกิดการหมุนเวียนทรัพยากรเก่า
ให้มีคุณค่า ลดภาระค่าใช้จ่าย
ให้ครอบครัวผู้ป่วยติดเตียง/เรื้อรัง
บรรเทาทุกข์เพื่อนมนุษย์
ในช่วงยากลำบากได้อีกหลายราย

————————————

หากคุณมีอุปกรณ์ทางการแพทย์
ที่ไม่ได้ใช้งานอยู่ในบ้าน
มูลนิธิกระจกเงาเรายินดีรับบริจาค
.
สามารถส่งต่อได้ที่
มูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 191
ซอย วิภาวดีรังสิต 62 แยก 4-7
แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. 10210
โทร.092-252-5454
.
หรือหากคุณเป็นหนึ่งในครอบครัว
ที่ต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วย
สามารถทักอินบ็อกซ์หาแอดมินได้ที่
โครงการป่วยให้ยืม มูลนิธิกระจกเงา
.
สนับสนุนภารกิจป่วยให้ยืม
บัญชี โครงการป่วยให้ยืม มูลนิธิกระจกเงา
เลขที่ 202-2-70398-7 SCB

Share Button

คราบโคลนที่ถูกล้าง ในบ้านของหญิงวัยกลางคนที่มีผู้ป่วยถึงสองชีวิต

ศูนย์อาสาล้างบ้านปิดลงแล้ว
อาสาแยกย้ายกลับบ้าน
ชาวบ้านก็ได้กลับเข้าบ้านแล้วเช่นกัน
.
ย้อนไปหนึ่งอาทิตย์ก่อนศูนย์ฯ ปิด
เราเข้าไปช่วยล้างบ้าน
ให้หญิงวัยกลางคนอายุ 52 ปี
ที่ล้างบ้านคนเดียวมาแล้วหนึ่งสัปดาห์
แต่บ้านยังเต็มด้วยคราบโคลน
.
ในบ้านนั้นเธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว
แต่เป็นคนเดียวที่ยังมีเรี่ยวแรง
เพราะแม่ของเธอป่วยติดเตียง
ส่วนสามีต้องฟอกไตทุกๆ 3 วัน
.
เราใช้เวลาครึ่งชั่วโมง ล้างบ้าน
ขนของใช้ หนึ่งในนั้นมีแคร่ไม้หนึ่งอัน
ที่เธอเตรียมไว้ให้แม่ใช้นอนรักษาตัว
.
หลังทุกอย่างเสร็จสิ้น
เธอกล่าวขอบคุณ
พร้อมถามเราว่า ‘พรุ่งนี้ว่างมั้ย’
เธออยากพาแม่กลับบ้าน
แต่แม่ตัวใหญ่ แรงเธอคนเดียวยกไม่ไหว
เราจึงตอบ ‘ตกลง’ ไป ว่าจะช่วยเธอ
.
เช้าวันรุ่งขึ้น เรามาตามนัด
มีแรงกายอาสาช่วยยกตัวผู้ป่วยตามที่เธอขอ
พร้อมเตียงผู้ป่วยหนึ่งเตียง รถเข็นหนึ่งคัน
และผ้าอ้อมผู้ใหญ่อีกหลายแพ็ค
เราจะให้เธอไว้ใช้
เพื่อแบ่งเบาความทุกข์ที่หนักอึ้งทางใจ
ลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้หญิงคนหนึ่ง
ที่ต้องดูแลผู้ป่วยถึงสองคน
——————————————————
สามารถติดต่อยืมอุปกรณ์การแพทย์ฟรี ได้ที่
เพจเฟซบุ๊ก โครงการป่วยให้ยืม
สอบถามเพิ่ม โทร. 092-252-5454
.
เรากำลังมีผู้ป่วยหนักต่อคิวรอรับเครื่องไปใช้ที่บ้าน ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตเกือบ 10 ราย แต่ช่วงนี้โครงการกำลังขาดแคลนเครื่องผลิตออกซิเจนขนาด 10 ลิตร หากคุณมีเครื่องนี้อยู่ที่บ้านไม่ได้ใช้งาน กรุณาบริจาคให้มูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 191 ซอย วิภาวดีรังสิต 62 แยก 4-7 แขวงตลาดบางเขน เขต หลักสี่ กทม. 10210 โทร.061-909-1840, 063-931-6340
.
บริจาคทุนทรัพย์เพื่อสนับสนุนโครงการป่วยให้ยืม ได้ที่ บัญชีธนาคารยืมอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยมูลนิธิกระจกเงา
เลขที่บัญชี 202-269025-7 SCB
Share Button

ต่อลมหายใจให้เด็กสาวผู้พิการทางสมอง ขอเพียงหนึ่งเครื่องผลิตออกซิเจน

.
หยุดยาวปีใหม่ ช่วงที่ใครๆ เริ่มหยุดพัก
รวมถึงร้านบริการเติมออกซิเจน
.
ด้วยเหตุนั้น เราจึงได้รับสายจากชายหนุ่มคนหนึ่ง
เขาขอยืมเครื่องผลิตออกซิเจน
เพื่อเป็นทางออกให้น้องสาวพิการ ได้มีชีวิตรอด
.
น้องสาวของเขาชื่อข้าวตัง
ข้าวตังเป็นน้องสุดท้องของบ้าน
เธอป่วยติดเตียงตั้งแต่เล็ก
สมองพิการไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
ต้องเจาะคอให้อาหารทางสายยาง
และใช้ถังออกซิเจนช่วยหายใจติดตัวตลอดเวลา
.
ก่อนหน้านี้ทั้งครอบครัวมีพ่อเป็นเสาหลัก
แต่ไม่นานโรคหัวใจพรากพ่อไปกะทันหัน
พี่ชายคนนี้จึงรับหน้าที่ดูแลเธอ
.
พี่ชายเป็นหนุ่มวัยยี่สิบต้น
เขาพยายามทำหัตการดูแลน้องอย่างดี
เช่นเดียวกันกับการดูแลค่าใช้จ่าย
.
ทำงานพิเศษหามรุ่งหามค่ำ
เพื่อหารายได้มาเป็นค่ายา ค่ารักษาพยาบาล
ค่าเติมถังออกซิเจน ค่าอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็น
รวมถึงซื้อถังออกซิเจนขนาด 40 ลิตร
ถังขนาดใหญ่ที่มีความจุออกซิเจนมากที่สุดให้น้องสาวได้ใช้งาน
.
ในทุกๆ 3 วัน เขาจะแบกถังขนาดใหญ่นั้น
ไปร้านเติมก๊าซที่ห่างจากบ้านประมาณ 5 กิโล
เพื่อจุออกซิเจนให้เพียงพอ
.
แต่ในอาทิตย์สุดท้ายของปี
อาทิตย์ที่หลายคนเริ่มเตรียมฉลองปีใหม่
ร้านเติมก๊าซออกซิเจนที่เขาพอจะขับรถไปได้
ไม่เปิดให้บริการ
.
ถังออกซิเจนมีใช้แค่ใบเดียว
เขาไม่มีเงินเก็บมากพอจะซื้อถังใบใหม่
นั่นเป็นสัญญาณ ว่าน้องสาวของเขา
อาจขาดอากาศหายใจ ในสัปดาห์สุดท้ายก่อนสิ้นปี
________________________________________
พี่ชายของน้องข้าวตัง ติดต่อโครงการป่วยให้ยืม มาในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคม เขาขอเพียงถังออกซิเจนสักถัง ให้น้องสาวมีสำรองใช้จนกว่าร้านจะกลับมาเปิดให้บริการ เพื่อที่สุดท้ายทั้งคู่จะได้ผ่านปีใหม่ไปด้วยกันอีกปี
.
แต่ในสถานการณ์ครอบครัวที่มีผู้ป่วยติดเตียง การใช้ถังออกซิเจนหลายใบมีค่าใช้จ่ายที่สูง เราจึงเลือกให้ เครื่องผลิตออกซิเจนขนาด 5 ลิตร จำนวน 2 เครื่อง ให้น้องข้าวตังยืมใช้ทดแทนถังออกซิเจนใบเดิม
ลดภาระค่าใช้จ่าย ลดความกังวลใจของพี่ชายลง�.
ช่วงวันหยุดปีใหม่ที่ผ่านมา
มีครอบครัวผู้ป่วย
ติดต่อยืมเครื่องผลิตอยู่ตลอด
เพราะความเจ็บป่วยไม่มีวันหยุด
จำนวนผู้ป่วยมีเพิ่มมากขึ้น
แต่เครื่องผลิตออกซิเจนที่โครงการมีนั้น ลดน้อยลงทุกที
.
หากคุณพอมีกำลังที่จะแบ่งปัน
หรือมีเครื่องผลิตออกซิเจนที่ไม่ใช้งานในบ้าน
เราอยากชวนคุณส่งต่อ
ให้เครื่องผลิตเหล่านั้นได้ทำหน้าที่
ลดระยะเวลาการรอคอย
ต่อลมหายใจให้ผู้ป่วยได้มีชีวิตอยู่ต่อ
.
อีกทั้งยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย บรรเทาทุกข์
ให้กับครอบครัวผู้ป่วยอีกทาง
.
สามารถบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์ได้ที่
มูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 191
ซอย วิภาวดีรังสิต 62 แยก 4-7
แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. 10210
โทร.092-252-5454
.
หรือสนับสนุนภารกิจป่วยให้ยืม
เพื่อร่วมลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัวผู้ป่วย
ได้ที่บัญชี โครงการป่วยให้ยืม มูลนิธิกระจกเงา
เลขที่ 202-2-70398-7 ธนาคารไทยพาณิชย์
Share Button