หมอฟัน(อาสา)มีสุข

28309893_10155909969657110_940364433_o

ทันทีที่โครงการโรงพยาบาลมีสุข เปิดรับสมัคร “อาสามีสุข” เพื่อเป็นอาสาสมัครประจำโรงพยาบาล กำหนดให้อาสาทำกิจกรรมลดทุกข์ สร้างสุขให้เด็กป่วยอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งวัน ต่อเนื่องนาน 2 เดือน ทันตแพทย์หญิงสุพัฒตรา โต๊ะชูดี ทันตแพทย์ประจำโรงพยาบาลธนบุรี 2 หรือที่เด็กๆ ชอบเรียกกันว่า “พี่อ๊อด” ก็ลงชื่อสมัครเข้าร่วมโครงการทันที โดยเป็นอาสามีสุขประจำโรงพยาบาลราชวิถี และใช้เวลาทุกวันพุธ ซึ่งตรงกับวันหยุดของเธอในการทำกิจกรรมร่วมกับเด็กป่วย

แม้เวลาจะเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่ง ต่ออาชีพหมอฟันของเธอ ที่วันทั้งวันหมดไปกับการรักษาฟันของผู้คนจำนวนมาก และทั้งที่ชีวิตปกติของตนเองก็ต้องทำงานในโรงพยาบาลอยู่แล้ว แต่เธอเล่าแรงบันดาลใจที่ทำให้ยอมสละเวลาหนึ่งวันสำหรับทำงานอาสาสมัครดูแลเด็กป่วยว่า ครั้งหนึ่งมีเด็กป่วยมาเป็นคนไข้ของเธอ ระหว่างทำฟันได้มีโอกาสให้กำลังใจทั้งตัวเด็กและญาติ ทำให้รู้สึกว่าตนเองเหมือนเป็นจุดเชื่อมต่อการเป็นกำลังใจของทั้งสองฝ่าย ดังนั้นเมื่อโครงการนี้เปิดรับเธอจึงสนใจ

“เด็กป่วยบางคน อายุแค่ 5-6 ขวบ ก็ต้องเข้ารับการผ่าตัดแล้ว เราเจอพ่อแม่เขา เรารู้สึกว่า เขาก็ต้องสู้นะ ส่วนเราก็เป็นจุดเล็กๆ ที่พอจะช่วยได้ ในทำนองนี้ โอเค เราอาจจะทำแค่ฟันเด็ก แต่หน้าที่ตรงนั้นมันไม่ได้มานั่งเล่นกับเด็กแบบนี้ เราเห็นเด็กยิ้ม มีความสุขขึ้น ถึงเป็นระยะเวลาสั้นๆ ก็ยังดี” เสียงบอกเล่าพร้อมกับรอยยิ้มของทันตแพทย์หัวใจอาสา…

เธอว่าการเป็นอาสาดูแลเด็กป่วย ทำให้พบกับความสุขดีที่ได้ทำ ไม่เพียงเฉพาะกับเด็ก แต่กับพ่อแม่เด็กป่วย การได้คุย ได้ให้กำลังใจ แม้ไม่มาก แต่แค่ได้เห็นรอยยิ้ม ก็ทำให้เธอรู้สึกว่าการสละเวลาวันหยุดมาเป็นอาสานั้นช่างคุ้มค่า  “เห็นเขายิ้มได้ในช่วงเวลาที่เค้ายังต้องแบกภาระของลูกที่ป่วยอย่างนี้ เราว่ามันก็คุ้มที่จะทำ”

เธอยอมรับว่าช่วงแรกของการเข้ามาทำงานอาสามีสุขต้องบังคับตนเองให้มาลองทำดู แอบคิดในใจว่าจะเหนื่อยหรือเปล่า เพราะเราทำงานมาทั้งสัปดาห์ หยุดเฉพาะวันพุธ แต่พอได้ลองมาแล้วกลับรู้สึกว่าไม่ได้บังคับตัวเองให้มา เราอยู่ตรงนี้ เรามีความสุข ถึงระหว่างทางจะมีปัญหาเรื่องงาน หรือเรื่องอะไรก็ตาม ก็เตรียมใจไว้แล้วว่า จะต้องปรับตัว เพราะเราตั้งใจจะเป็นอาสาสมัครแล้ว ต่อให้ไม่มีงานตรงหน้า ก็ต้องทำตัวให้เป็นประโยชน์มากที่สุด สุดท้ายกลายเป็นว่าการเป็นอาสาสมัคร ทำให้เราเป็นมืออาชีพมากขึ้นในการทำงาน” นั่นคือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังจากได้มาทำงานจิตอาสา

เธอเล่าว่า “รอยยิ้ม” คือความประทับใจที่ได้จากการเป็นอาสาสมัคร “มีทั้งตอนได้ถ่ายรูปน้องที่ป่วย น้องนั่งหงอยๆ ซึมๆ พอเรามาเล่นด้วยน้องก็ดูสดชื่นขึ้น หรือตอนที่ได้มีโอกาสไปร่วมงานวันเด็กที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เด็กในวอร์ด มีสายน้ำเกลือห้อยโยงเต็มแขน ก็ลงมาดูกิจกรรม แต่ด้วยสภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวยจึงได้แค่ยืนดู พี่อาสาสมัครจึงจับมือเด็กเต้น เขาดูดีใจมาก ดูตื่นเต้น คิดว่าเด็กคงรู้สึกว่า ตัวเองป่วยอยู่เล่นสนุกแบบนั้นไม่ได้ แต่การทำกิจกรรม ทำให้เด็กก็มีโอกาสได้ทำ ความสุขจึงส่งผ่านออกมาทางสีหน้าของเขา ความประทับใจที่เราเห็นมากที่สุดก็คือ รอยยิ้มเด็กป่วย”

“คนอาจมองว่าอาสาสมัครในโรงพยาบาลเป็นเรื่องไกลตัว ถ้าเราไม่มีความสามารถอะไรที่เกี่ยวข้องกับงานด้านสาธารณสุข เราจะทำอะไรไม่ได้ แต่ที่จริงคือ งานอาสาสมัครมันกว้างกว่าที่เราคิด อาสาสมัครในโรงพยาบาล นอกจากการให้กำลังใจผู้ป่วย ยังมีงานอีกหลายส่วน อาจจะช่วยโรงพยาบาลในส่วนต่างๆ แล้วแต่ทางเจ้าหน้าที่เค้าจะมอบหมายให้ ฉะนั้นอย่ากลัวที่จะออกมาทำงานอาสาสมัคร”

เรื่องโดย
นางสาวภัทราภรณ์ พุ่มพวงเกียรติ
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

บันทึกของฉัน “อาสาบรรเทาป่วย”

 

27605729_10155853779667110_1514986565_o

“ทุกคนต่างต้องการกำลังใจ”

นี่คือประโยคที่ผุดขึ้นมาในสมองของฉัน เมื่อเห็นภาพหนูน้อยนอนอยู่บนเตียงของโรงพยาบาล ซึ่งถูกโยงใยด้วยสายน้ำเกลือและสายยางที่ทำหน้าที่ลำเลียงอาหารให้กับผู้ป่วย ภาพที่อยู่เบื้องหน้าเปรียบเสมือนโซ่ตรวนที่ตรึงอิสรภาพของเด็กๆเอาไว้ ดวงตาเว้าวอนคู่นั้นได้มองมาทางฉัน ประหนึ่งต้องการบอกว่า “เราอยากหายป่วย เราอยากกลับบ้าน เราอยากไปวิ่งเล่นเหมือนเด็กคนอื่น ”

รอยยิ้มปนเสียงหัวเราะของเด็กๆ เกิดขึ้นท่ามกลางระหว่างฉันและอาสาสมัครของโครงการโรงพยาบาลมีสุขคนอื่นๆ การที่มีพี่อาสาสมัครเข้ามาเป็นเพื่อนเล่น ชวนพูดคุย เด็กจะรู้สึกไม่โดดเดี่ยวและมีกำลังใจ ลดความเครียดที่ก่อตัวขึ้นหลังได้รับการรักษา บางครั้งก็ทำให้ลืมความเจ็บปวดจากโรคที่เกิดขึ้น ณ ขณะหนึ่งได้

การทำงานอาสาสมัครทำให้ฉันรู้ว่า คุณสมบัติประการแรกที่ต้องมี คือ “มีใจ” ที่พร้อมในการดูแล เข้าใจ และเข้าถึงความเป็นธรรมชาติของเด็กว่าอาจมีนิสัย ดื้อ ซน ตามวัย เราในฐานะพี่ จะต้องใช้เหตุผล บอก สอน ให้แยกแยะ สิ่งดี ไม่ดี ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล อ่อนโยน

ขออนุญาตบอกเล่า สำหรับใครที่สนใจเป็นอาสาสมัคร เป็นเพื่อนเล่นกับเด็กป่วยแบบฉันว่า มีสิ่งสำคัญที่พวกเราต้องคำนึงถึงคือ 1. ห้ามถ่ายรูปเด็กไปโพสต์ลงสื่อออนไลน์ก่อนได้รับอนุญาต เพราะอาจเป็นการละเมิดสิทธิเด็กป่วยที่ต้องการความเป็นส่วนตัวได้ 2. เมื่อมีอาการเจ็บป่วยควรงดทำกิจกรรมกับเด็ก เพื่อป้องกันเด็กได้รับเชื้อโรคจากพี่อาสาสมัคร 3. ระวังเรื่องการสัญญากับเด็ก หากสัญญากับน้องแล้ว ควร ทำตามคำพูดอย่างเคร่งครัด 4. ห้ามพี่อาสาสมัครนำ ขนม และอาหารทุกชนิดให้เด็กทาน ก่อนได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ 5. พี่อาสาสมัครควรล้างมือ ก่อนและหลังการทำกิจกรรมทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยจากเชื้อโรค

กิจกรรมต่างๆของโครงการ อาสาสมัครมีส่วนสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการทำงานให้ผ่านไปได้ ด้วยพลังจิตอาสา พลังของผู้ให้ จะเป็นแรงกระตุ้นความสุขส่งผ่านไปยังเด็กป่วย เมื่อเด็กได้รับพลังด้านบวก เด็กก็มีกำลังใจที่จะดำเนินชีวิตต่อไป

ในฐานะที่ฉันเป็นส่วนหนึ่งของอาสาสมัคร ผลลัพธ์จากการทำงานนั้น ช่วยชี้ทาง และขัดเกลาให้ฉันเข้าถึงความเป็นมนุษย์มากขึ้น ช่วยกระตุ้นจิตสำนึกของผู้ให้ แบ่งเบาความทุกข์จากผู้ป่วย ถึงแม้ว่าจะช่วยแบ่งเบาความเจ็บป่วยทางกายไม่ได้ แต่ก็สามารถเป็นเพื่อนทางใจให้กับเขาได้ รอยยิ้มที่เปื้อนหน้าของเด็กๆ ที่เสมือนไร้ความทรมานทางกาย ทำให้ฉันอยากทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครบรรเทาป่วยเช่นนี้เรื่อยไป

นางสาวภัทราภรณ์ พุ่มพวงเกียรติ
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

วันเด็ก(ป่วย)

26828919_1999235643684463_1237852398_o

ประเทศไทยเริ่มมีวันเด็กมาตั้งแต่ พ.ศ. 2498

ก่อนหน้านั้น เราจัดวันเด็กกันทุกวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม แต่ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นทุกวันที่ 2 ของเดือนมกราคม เมื่อ พ.ศ.2508

นัยหนึ่งเพื่อให้ทุกคนเห็นความสำคัญของเด็กเป็นอันดับแรก เมื่อปีใหม่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่นั้นมา วันเด็ก กลายเป็นวันที่เด็กๆ ทุกคนเฝ้ารอ

รอที่จะได้ของขวัญ…รอที่จะไปงานวันเด็ก

รอที่จะได้ใส่ชุดใหม่ไปเที่ยวกับครอบครัว…

โครงการโรงพยาบาลมีสุข ก็คิดอย่างนั้นเช่นกัน

คงจะมีเด็กๆ เฝ้ารอวันพิเศษวันนี้…

ไม่เว้นแม้แต่ “เด็กป่วยในโรงพยาบาล”

ทุกๆ ปี โครงการจึงหอบเอาของขวัญกองโต ที่ได้รับบริจาคมาจากพวกคุณนั่นแหละ ส่งตรงถึงเตียงเด็กป่วย

แม้จะไม่ได้ไปร่วมงานวันเด็ก แม้จะไม่ได้ไปเที่ยวเล่นเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ แม้ชุดที่ใส่ยังคงเป็นชุดในโรงพยาบาล

แต่อย่างน้อย เด็กๆ จะมีขนม มีของขวัญ ของเล่นชิ้นใหม่ ที่ได้เลือกเองกับมือ โดยมีพี่ๆ เหล่าอาสาสร้างสุข ยกขบวนกันไปสร้างรอยยิ้มให้เปื้อนหน้าทั้งเด็กป่วย คุณพ่อคุณแม่ คุณหมอ และพี่ๆ พยาบาล

ตลอดสัปดาห์นี้ เราแวะเวียนไป  โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลภูมิพลอดุยเดช สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และภาพที่คุณเห็นนี้ เป็นภาพบรรยากาศจากการไปเยี่ยมเด็กๆ ที่ ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิขุ ชลประทาน

น้องแม็ค (นามสมมุติ) เข้ามารับการรักษาที่ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิขุ ชลประทาน เพราะติดเชื้อจากการกินไข่ไก่ พ่อกับแม่ของน้องบอกว่า น้องเพิ่งจะร้องไห้ และหลับไปก่อนพี่ๆ อาสาสร้างสุขเข้ามาได้ไม่นาน

น้องแม็คเป็นหนึ่งในตัวอย่างของเด็กป่วยในโรงพยาบาลที่มีอยู่ทั่วประเทศ ที่ไม่ได้ไปร่วมงานวันเด็กปีนี้

หวังว่า เมื่อหนูลืมตาตื่นขึ้น หนูจะยิ้มให้ตุ๊กตาหมี และของเล่นที่พี่ๆ อาสาสร้างสุขวางไว้ให้

หวังมากไปกว่านั้น คือหวังให้มีอาสาสร้างสุข เกิดขึ้นทุกโรงพยาบาล เข้าไปสร้างความสุข เพื่อลดความทุกข์ให้แก่เด็กป่วย ญาติ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเกิดโดยมูลนิธิกระจกเงา หรือไม่ก็ตาม เพื่อให้คนในสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนโรงพยาบาลมากกว่ามิติด้านการรักษา สร้างกลไกรักษาแบบองค์รวมโดยสังคมมีส่วนร่วมได้

อาสาสมัครสร้างสุข และโครงการโรงพยาบาลมีสุข มูลนิธิกระจกเงา ขอส่งกำลังใจให้เด็กป่วยทุกคนแข็งแรงในเร็ววัน

แด่ดาวดวงน้อย ที่ไม่ได้ไปร่วมงานวันเด็ก

สร้างคน สร้างนวัตกรรม สร้างการเปลี่ยนแปลง
มูลนิธิกระจกเงา

เครดิตภาพ: ชิติสรรค์ เลิศลักขณากุล
หมายเหตุ: ได้รับอนุญาตเผยแพร่ภาพจากศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิขุ ชลประทาน

ที่สวนครูองุ่น มีวันเด็ก…ทุกวัน

get_body

สวนครูองุ่น มูลนิธิกระจกเงา เปิดต้อนรับเด็กทุกวัน ที่นี่เป็นสวนสาธารณะใจกลางเมือง ที่ดำเนินการโดยเอกชนเพียงแห่งเดียวในกรุงเทพฯ

“เราตั้งใจจะรักษาสภาพพื้นที่กลางใจเมืองแห่งนี้ ให้เป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับเด็ก เยาวชน เป็น KNOWLEDGE CENTER เป็น CREATIVE SPACE เป็นพื้นที่เชื่อมระหว่างผู้คนหลายเจนเรชั่น เพื่อสืบสานเจตนารมย์ของครูองุ่น ผู้เป็นเจ้าของบ้าน และที่ดินแห่งนี้” โซเฟีย ผู้ดูแลสวนครูองุ่น บอกเจตนารมย์ของมูลนิธิกระจกเงา

ครูองุ่นอุทิศทั้งชีวิตใช้หุ่นมือ เป็นสื่อกลางในการเชื่อมระหว่างเด็ก กับผู้ใหญ่ หุ่นมือที่ถูกดัดแปลงจากเศษผ้า และอุปกรณ์เหลือใช้ จะถูกชุบชีวิต กลายเป็นนักแสดงตัวเอกในนิทานสอนใจบ้าง เล่าเรื่องทางสังคมบ้าง บนความเชื่อว่า…

“เด็กสามารถเปลี่ยนแปลงสังคม เราไม่อาจละเลยความฝันของเด็ก”

ที่นี่ต้อนรับใครก็ตามที่อยากใช้พื้นที่เพื่อสร้างสรรค์สังคม ในอนาคต เราจะทำ CO WORKING SPACE มีห้องสมุดออนไลน์ และเราจะทำระบบ MATCHING ความรู้ระหว่างผู้รู้ และผู้เรียน อารมณ์คล้ายๆ HOME SCHOOL ปลายทางของที่นี่ จะทำเป็นโรงละครเพื่อเชิดชูเกียรติครูองุ่น

22196187_1082080311927825_7053400088584394528_n22405817_1970265469925133_8818274161208685591_n22195328_1968025653482448_3389676554335284939_n22154697_1968025826815764_1495215703444723532_n

“สิ่งที่ครูทำเป็นสิ่งที่ควรสานต่อ ไม่ควรจบไปกับผู้คนในรุ่นครู”

ขณะนี้ สวนครูองุ่น มีกิจกรรมสนุกที่เตรียมพร้อม รอแค่เด็กเข้ามาเล่นด้วยกัน ทุกๆ วันเราเตรียมพื้นที่สำหรับเด็ก มีมุมของเล่นเสริมสร้างพัฒนาการ มีกิจกรรมให้เด็กได้ทำงานศิลปะ WORKSHOP ให้เด็กวาดภาพระบายสี กิจกรรม DIY ของเล่นเด็ก กิจกรรมตามเทศกาล

และแน่นอนว่า เทศกาลวันเด็กที่จะมาถึงนี้ สวนครูองุ่นก็พร้อมมากๆ ที่จะต้อนรับเด็ก และครอบครัวมาร่วมกิจกรรมด้วยกัน เรามีเวทีการแสดงให้เด็กมาแสดงความสามารถ มีโชว์ มีงานดนตรี มีแจกรางวัล มีนิทานหุ่นมือหมาจอก พร้อม WORKSHOP ทำหุ่นมือ กิจกรรมในสวน มีเพ้นท์หุ่นปูนปราสเตอร์ มีตักไข่นำโชค มี FACE PAINT FINGER PAINT และ HAND PAINT มีบูธหนังสือเล่มละบาท จากโครงการอ่านสร้างชาติ มีบูธจากเพื่อนบ้านของสวนครูองุ่น มีเปิดร้านขายของราคาย่อมเยาว์ และเรายังจัดนิทรรศการครูองุ่นให้ทุกคนได้เข้ามาทำความรู้จักครูด้วย

26167324_2006545049630508_4363760998092662087_n

สวนครูองุ่นเดินทางง่าย เราอยากให้คุณเดินเข้ามานั่งเล่นด้วยกัน

วันเด็กไปไหนดี??
ไปสวนครูองุ่น ขึ้นรถไฟฟ้า ลงสถานีทองหล่อ
ไปสวนครูองุ่น จากปากซอยทองหล่อ เดินตรงมาเลย ใกล้ๆ
ไปสวนครูองุ่น ให้เด็กๆ ได้มาทำกิจกรรมสนุกๆ ร่วมกัน

แล้ววันหยุดล่ะ พาลูกไปไหนดี?
ไปส่วนครูองุ่น
สวนครูองุ่น เข้าฟรีทุกวัน!!

เพราะวันเด็ก = ทุกวัน

สร้างคน สร้างนวัตกรรม สร้างการเปลี่ยนแปลง

มูลนิธิกระจกเงา

วันเด็ก 365 วัน

Screen Shot 2561-01-10 at 11.38.51 AM

เราต่างก็ทำให้วันเด็กเป็นวันพิเศษ

กองทัพเปิดให้เด็กได้นั่งเครื่องบินขี่รถถัง

เด็กได้มีโอกาสไปนั่งเก้าอี้นายกฯโดยที่ไม่ต้องต่อสู้กันทางการเมืองเพื่อจะได้มีโอกาสนั่งเก้าอี้นี้

พ่อแม่หลายคนต้องจัดเวลาพาลูกไปเที่ยวให้ได้ในวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม

วันเด็กถูกทำให้เป็นวันพิเศษ 1 วันใน 365 วัน 

ในขณะที่มีสนามเด็กเล่นในเมืองน้อยมาก

เด็กจำนวนมากเกิดในแผ่นดินไทยแต่ไร้สัญชาติ

การปฏิรูปการศึกษาที่หมดไปกับการแบ่งเขตอำนาจของครูและผู้บริหารกระทรวงฯ

เด็กบางคนอยู่ในคุกกับแม่ที่ทำความผิด

เด็กที่สูญเสียความเป็นเด็กเพราะเจ็บป่วยอยู่ในโรงพยาบาล

และเด็กที่หายไปจากครอบครัวโดยที่ยังไม่ทราบว่าเด็กพวกนั้นหายไปไหน

ทำอย่างไรเพื่อให้วันเด็กหมายถึงทุกๆวัน

ในฐานะที่เด็กเป็นพลัง ความหวัง และ อนาคตของเรา

คำขวัญที่มุ่งมั่นสวยงาม ดูไร้ค่า…

เมื่อเทียบกับความพยายามสร้างโอกาสในการพัฒนาเด็กของชาติอย่างเป็นรูปธรรม

ทำให้ทุกวันเป็นวันเด็ก หรือเห็นความสำคัญของเด็กมากกว่าคำขวัญ หรือกิจกรรมเฉพาะวัน

 

“สร้างคน สร้างนวัตกรรม สร้างการเปลี่ยนแปลง”

มูลนิธิกระจกเงา