“ผู้ช่วยของชีวิต” ในนามของ ฟืน ถ่าน และไฟ

 

“ผู้ช่วยของชีวิต” ในนามของ ฟืน ถ่าน และไฟ

ผืนดินอันเป็นที่ตั้งของบ้านปูนชั้นเดียวหลังน้อย เรือนไม้ผุพังหลังเก่า และโรงเพาะเห็ด
ผืนดินมรดกตกทอดที่ยายทวดมอบให้กับหลานสาวคนเดียวที่ยายทวดหวังฝากชีวิตที่เหลือไว้กับเธอ

ผืนดินที่ร้อนระอุทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์
ยายทวดวัยแปดสิบสี่ พยายามแบ่งเบาหลานสาวทุกทางเท่าที่พอจะทำได้
หญิงชราช่วยเลี้ยงหลานๆ ชายหญิงอย่างเต็มใจ ซ้ำเธอยังช่วยเผาถ่าน มันคือหนทางทำมาหากินที่ใช้ต้นทุนต่ำที่สุด
เศษไม้กระถินก้านเล็กก้านน้อย ถูกนำมาบั่นทอนให้เป็นท่อนเท่าๆกัน ยายทวดทำมันด้วยสองมือที่ยังแข็งแกร่ง

“ฉันทำได้แค่นี้” ยายทวดบอกพลางมองไปที่เนินดินตรงหน้า
ควันสีเทาพวยพุ่ง คละคลุ้งไปทั่วบริเวณหน้าบ้าน อุตสาหกรรมเผาถ่านฉบับครัวเรือนเร่งผลผลิตเช้าค่ำ
ถ่านบรรจุหนึ่งกระสอบ 25 กิโลกรัม ราคา 200 กว่าบาท ถือเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดของหกชีวิตผู้ใหญ่และเด็ก

หลานเขยมีหน้าที่ออกไปหาไม้ฟืน เขาหมดตัวจากการถูกเพื่อนโกง หมดแรง หมดเงินทุนสร้างชีวิตใหม่
ออกหาไม้ฟืน ในพื้นที่รกร้างไร้เจ้าของ ป่ารกฎัก ที่อยู่ของงูสารพัดพิษ แม้ว่าจะเสี่ยงแค่ไหน ก็ต้องทำ!!
ในที่ที่มีฟืนไม้ฟรีๆ สำหรับเผาถ่าน เป็นพื้นที่อันตรายที่ไม่มีใครกล้าเยื้องย่างเข้าไป
เขาถูกงูพิษกัดถึง 7 ครั้ง แต่เดชะบุญ เขารอดจากการตายในทุกครั้ง..
ไม่รู้ด้วยบุญพาวาสนาส่งหรืออย่างไร ทั้งๆที่ไม่ได้รักษาตัวในโรงพยาบาล และเป็นเพียงการรักษาตามอาการที่บ้าน
แต่เขาก็รอดมาได้อย่างหวุดหวิด .. รอดชีวิตเพื่อหาอยู่หากินต่อไป ..ดั่งสวรรค์มอบพรข้อสุดท้ายให้

ง่ายดาย..หลังหมดพรจากสวรค์เขาล้มลง ปลายกระดูกสันหลังแตกจนเดินไม่ได้และกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงในที่สุด
ยายทวดและภรรยาที่กำลังท้องใกล้คลอดจึงทำหน้าที่ทุกอย่างเพื่อหาเลี้ยงทุกปากท้องในบ้านแทน

บนแผ่นดินมรดกผืนน้อยๆที่ยายทวดเก็บเอาไว้ให้หลานๆ สร้างคุณูปการใหญ่หลวงให้กับชีวิตที่ไม่มีทางเลือก
เนินดินร้อนระอุ บรรจุเศษไม้กระถินไว้เต็มเปี่ยม สองแรงช่วยกันแข็งขันสุมฟืน จุดไฟ รอเวลา
เมื่อฟืนกลายเป็นถ่าน มันจะมีค่าเท่ากับข้าวปลาอาหารและความหวังในวันถัดไป

ผืนดินอันแตกระแหง นอกจากให้กำเนิดต้นพริก ขิง ข่า ตระไคร้ และมะละกอ
มันมอบความอบอุ่น ให้แก่หัวใจอันแห้งผากของคนยากไร้ หมดหนทางต่อสู้

ในนามของฟืน ถ่านและไฟ มันไม่เคยต้องการสิ่งใดตอบแทน
เมื่อไม้กลายเป็นถ่านไฟลุกโชน เปรียบเสมือนน้ำทิพย์หล่อเลี้ยงชโลมหัวใจคนยากคนจน

Share Button

ผู้เห็นความตาย ทั้งต่อหน้าและลับหลัง


ผู้เห็นความตาย ทั้งต่อหน้าและลับหลัง

บ่อยครั้งที่ได้รับรู้ว่าเด็กป่วยที่เคยเล่นสนุกด้วยกัน เสียชีวิตแบบกระทันหันในชั่วโมงถัดไป
เมื่อแรก ความเศร้าจู่โจมจนคิดถึงการทำงานต่อแทบไม่ไหว.. เพราะเจ้าหน้าที่ทุกคนก็มีหัวใจ
การทำงานกับเด็กป่วยในโรงพยาบาลจำเป็นต้องใช้ความเข้มแข็งในการทำความเข้าใจ
กับการอยู่และการจากไปของคนที่เรารู้จัก คุ้นเคย เหมือนเพื่อนในชีวิต..

ในพื้นที่การทำงานของโครงการโรงพยาบาลมีสุข ..ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงเรื่องราวภายในของเด็กป่วย
ที่หวังเพียงเพื่อบรรเทาและลดความทุกข์อันเกิดจากความเจ็บปวดทรมานจากโรคภัยและการรักษาเท่านั้น
การรับฟังปัญหาความหนักอกทุกข์ใจของพ่อแม่ หรือผู้ดูแลเด็กป่วยคืออีกภารกิจที่สำคัญของโครงการ

การลดความทุกข์ นา นา ลงได้จะช่วยเพิ่มความสุขให้เกิดขึ้นได้จริง
ตลอดการทำงานที่ผ่านมากว่าสิบปีของโครงการฯ เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครรู้ดีว่า พวกเขาต้องพบเจอกับสิ่งใดบ้าง
ในทุกการต่อสู้..สุดท้ายปลายทางของเด็กป่วยคือการจบชีวิตลงอย่างสงบ ด้วยโรคร้ายเกินต้านทาน
แต่หากอาการทุเลาเบาบาง..จะมีโอกาสได้กลับบ้าน ไปโรงเรียน เล่น และใช้ชีวิตเฉกเช่นเด็กธรรมดา

ทุกครั้งของการจากลา มีน้ำตาเสมอ .. การทำความเข้าใจในสัจธรรมช่วยทำให้คนทำงานแข็งแกร่งขึ้น
เราไม่อยากให้ความรู้สึกโศกเศร้ามาบั่นทอน หรือลดชั่วโมงเพิ่มความสุขให้กับเด็กป่วยทุกคน
ถึงแม้ว่ามนุษย์ทุกคนต้องหมุนวนในวัฏจักรแห่งการเกิด แก่ เจ็บและตาย เป็นเรื่องธรรมดา
แต่การเกิดมาพร้อมกับโรค ทำให้เด็กป่วยบางคนไม่มีโอกาสได้เติบโต
เพื่อแก่เฒ่าไปตามวัยและตายเมื่อถึงเวลาอันสมควร

ไม่ใช่แค่เพียงเจ้าหน้าที่ แต่อาสาสมัครของโครงการต้องเปิดพื้นที่ของชีวิต
เพื่อเรียนรู้เรื่องราวภายในของตนเองหลังความตายที่ดูง่ายดายของเด็กๆที่รู้จักมักคุ้นทุกๆคน

ภายในห้องเล็กๆที่บรรจุเสียงหัวเราะเอาไว้ ท่ามกลางสายน้ำเกลือระโยงระยาง
หากทำเป็นมองไม่เห็นเข็มฉีดยาที่ข้อมือข้างขวาของเด็กป่วย..
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็คือเด็กที่ควรได้รับสิทธิมีชีวิต หัวเราะ ยิ้ม เช่นเด็กทั่วไป
ถึงแม้ว่าจะเติบโตอยู่บนเตียง และมีชีวิตวนๆเวียนๆอยู่กับหมอ พยาบาล และยา

Share Button

เมื่อลมแห่งความหวังพัดผ่าน..ต้นกล้าจะเติบโต

เมื่อลมแห่งความหวังพัดผ่าน..ต้นกล้าจะเติบโต

หากเราฝันถึงชีวิตที่สมบูรณ์แบบ คู่สามี ภรรรยากำลังนั่งเล่นพักผ่อนอยู่ในสนามหญ้าหน้าบ้าน
ลูกๆ ชาย หญิงกำลังวิ่งหยอกล้อกับหมาขนฟู ดูสนุกสนาน
บ้านหลังขนาดย่อม และรถเก๋งสักคัน สำหรับพาทุกคนในครอบครัวท่องเที่ยวไปด้วยกันในวันหยุดสุดสัปดาห์
ชีวิตดั่งละครตอนหัวค่ำ ชวนฝัน และหอมหวาน คงไม่มีใครปฏิเสธหากสวรรค์จะมอบคุณภาพชีวิตดีๆเช่นนี้ให้

ลูกสาวคนโตของครอบครัว สาวน้อยวัยห้าขวบเศษ หยิบไม้ตีกลองอันเล็กๆขึ้นมาพิจารณา
แบบใกล้ตาในระยะประชิด แล้วรอยยิ้มเล็กๆ ก็ค่อยแย้มออกมาแบบเก็บอาการไว้ไม่อยู่
พลันเอาไม้ตีกลองนั้นค่อยๆเคาะลงบนเครื่องดนตรีของเล่น .. แต่มันกลับไม่เกิดเสียง
เธอขมวดคิ้ว..ก่อนก้มหัวลงเอาดวงตาทั้งคู่ จิ้มลงไปที่ของเล่นตรงหน้า
พร้อมกันนั้นเด็กหญิงเอาไม้ตีกลองอันเล็กเคาะลงบนแผงโลหะ
แล้วเสียงดังตริ๊งงงง…. ก็แว่วดังออกมา พร้อมเสียงหัวเราะชอบใจของเธอ

เธอป่วยด้วยโรคตาขี้เกียจ ( Lazy eye หรือ Amblyopi)
มันทำให้การมองเห็นของเธอยากลำบาก มองเห็นได้เพียงริบหรี่ …จนเกือบมองไม่เห็น

“พ่อ พ่อ มารับหนูหน่อย เดี๋ยวก็ล้มอีกหรอก”.. เด็กน้อยพูดชัดแต่ช้าและเสียงยาน
นั่นเพราะด้วยพัฒนาการที่ยังเติบโตได้ไม่เต็มที่เมื่อเทียบกับวัย เธออยากลุกไปขี่จักรยานที่เพิ่งได้รับบริจาคมา

“อยู่ตรงนั้นก่อน พ่อกำลังจะไป” พ่อที่ขาพิการเกือบลีบตะโกนบอกลูกสาว เขาเดินกระเผกพร้อมอุ้มลูกชายคนกลางวัยสี่ขวบไว้ในเอว วันนี้งอแงเป็นพิเศษเพราะไม่ได้นอนกลางวัน มัวแต่ตื่นเต้นรอพี่ๆทีมงานโครงการอาสามาเยี่ยม ที่สัญญาว่าจะมาในวันนี้ จนคล้อยบ่ายเพิ่งได้เจอหน้ากัน เด็กน้อยก็ฝืนความง่วงไว้ไม่ไหว

ร่างผอมบางของพ่อ นับวันจะแข็งแกร่งขึ้น เมื่อเดินไปถึงตัวลูกสาวคนโต
เขาเอาแขนที่เหลือคว้ามือเล็กๆของลูก แล้วค่อยๆพาเธอไปที่รถจักรยานคันใหม่

จักรยานเด็กสีน้ำเงินมือสองของบริจาคจากใครสักคนหนึ่ง
มันยังสวย ดึงดูดใจ ให้ความรู้สึกตื่นเต้นเหมือนจักรยานคันใหม่
เธอดีดกระดิ่งพร้อมเอาสองตาพิจารณาชิ้นส่วนต่างๆของจักรยานใกล้ๆ
ลูกตาสีดำข้างหนึ่งหลบหายเข้าไปเกือบเต็มดวง อีกข้างเห็นเพียงครึ่ง
จะเห็นชัดหรือไม่ชัด ไม่ใช่ประเด็นสำคัญสำหรับเธอ ..
การมีจักรยานไว้ให้เธอและน้องได้ขี่เล่น
นี่คือเรื่องดีใจที่ทำให้ตาของเด็กน้อยเป็นประกายแวววาวอยู่ทั้งวัน

ส่วนลูกชายถัดมาวัยสามขวบ ดูเงียบขรึม แต่ซ่อนแววตาซุกซน
นั่งอยู่บนตักยายทวดไม่ไปไหน เด็กชายตัวน้อยไม่ยอมพูดยอมจา
ในวัยสามขวบกว่า เขาควรจะพูดได้อย่างน้อยก็เรียกพ่อหรือแม่
การไม่พูดของเด็กชายทำให้แม่ของลูกๆ รู้สึกกังวลใจอยู่ไม่น้อย
ถ้าลูกชายคนนี้มีปัญหาทางสุขภาพเสียอีกคน ใจของคนเป็นแม่คงมีความสุขไม่ได้

วันนี้ลานดินหน้าบ้าน ทำหน้าที่เป็นหลุมเผาถ่าน แผ่นดินร้อนระอุ คละคลุ้งไปด้วยกลุ่มควันพวยพุ้ง
ถ่านหนึ่งกระสอบ ขายได้ราคาสองร้อยกว่าบาท เก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายภายในบ้าน
กับข้าวเย็นนี้เป็นเห็ดชุบแป้งทอด ยิ่งเอร็ดอร่อยเมื่อได้น้ำจิ้มสูตรเด็ดของแม่

ครอบครัวนี้ได้รับบริจาคเป็นตู้เย็นมือสอง ข้าวสาร ปลากระป๋อง ของแห้ง นม ขนม เสื้อผ้า หมอน ผ้าห่ม
และที่สำคัญ ของใช้สำหรับเด็กเล็ก ซึ่งถือเป็นของบริจาคที่ล้ำค่าสำหรับเด็กแรกเกิด
ลูกสาวคนสุดท้องที่เพิ่งเกิดมาได้เพียงสองอาทิตย์ โชคดีที่แม่มีนมอุ่นๆจากอกไว้ให้ลูกสาวดูดกินได้ทุกเมื่อ
และเหมือนเด็กน้อยรู้ถึงสถานการณ์ในบ้านเป็นอย่างดี เธอจึงเป็นเด็กเลี้ยงง่าย ร้องเมื่อหิว พออิ่มก็นอนหลับ

และแม้ว่าตู้เย็นจะมีเพียงแค่ขวดน้ำเปล่าแช่ไว้ เพราะบ้านนี้ไม่เคยมีอาหารเหลือพอเก็บค้างคืนในแต่ละวัน
แต่การมีน้ำเย็นๆไว้ดื่มกินก็ดีเหลือเกิน มันช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักหน้าเตาไฟร้อนๆ
และเด็กๆก็มักจะเลิกงอแงเมื่อได้จิบน้ำเย็นจากตู้เย็นใบนี้

เมื่อมีเวลาทุกคนในบ้านจะช่วยกันนำเห็ดนางฟ้าภูฏานไปขายเป็นรายได้เสริม
ความฝันที่รอวันเป็นจริง ..หากว่ามีเงินเก็บสักก้อน
สิ่งแรกที่จะทำคือพาเด็กๆไปหาหมอที่โรงพยาบาลในตัวจังหวัดสักครั้ง..

แม้ว่าบ้านหลังนี้จะผุๆพังๆ แต่มันก็พอกรองแดด บังฝนได้
แม้ว่าลูกสองคนจะไม่เหมือนกันเด็กคนอื่นๆ แต่ก็จะพยายามรักษาให้หายในสักวัน
แม้ดูเหมือนว่าทุกคนจะป่วยไข้และไม่สบาย แต่ความสุขของการทุกข์ร่วมกันก็พอบรรเทาความรันทดใจได้อยู่บ้าง
แม้ว่าจะมีหลักประกันสุขภาพ บัตรทอง สามสิบบาท แต่ค่ารถก็แพงเหลือเกินด้วยบ้านเราอยู่ไกลปืนเที่ยง..

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ…สิ่งละอันพันละน้อย..ของบริจาคจากคนแปลกหน้า ช่วยให้ช่องว่างระหว่างคนลดลงได้ ..
เหลือเพียง…รอ..ความจนและความรวยค่อยๆเชื่อมเข้าหากัน…

Share Button

ในจักรวาลของเด็กป่วย..

 

ในจักรวาลของเด็กป่วย..
สายมากแล้ว .. เด็กสาวในวัยสิบสี่ปีเต็มไม่ตื่นลืมตาเหมือนกับทุกเช้า..
เธอเสียชีวิตหลังจากฉลองวันเกิดได้เพียงวันเดียว
เมื่อวานพี่ๆเจ้าหน้าที่โครงการโรงพยาบาลมีสุข เพิ่งนำเค้กก้อนน้อยๆมามอบให้ถึงเตียง เรายังยิ้มหัวเราะให้กัน
พวกพี่ๆเลือกสรร ขนมที่หวานน้อยที่สุด แต่อร่อยที่สุด
อย่างน้อยก็อร่อยกว่าอาหารที่ต้องกินเป็นประจำในโรงพยาบาล
รอยยิ้มยังไม่ทันจางหาย ความทรงจำกว่าห้าปีที่เคยเล่นสนุกด้วยกัน ยังหมุนวนท่ามกลางความเศร้าระคนสุข

บางทีการจากไปของเธอ..คงทำให้เด็กสาวรู้สึกสบายทั้งกายและใจ
การมีชีวิตโดยมีโรคภัยไข้เจ็บเป็นเพื่อนสนิทไม่เคยทำให้คนเรายิ้มได้อย่างเต็มที่สักครั้ง
โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ทำลายความฝันทั้งหมดในชีวิตของเด็กที่ป่วยไข้
ต่อให้มีเรี่ยวแรงแค่ไหน ก็ไม่อาจต่อสู้กับไวรัสตัวเล็กๆที่แพร่กระจายไปทั่วสรรพางค์กายได้

การมีชีวิตอยู่ จึงทำได้แค่เพียงประคับประคองลมหายใจเข้าออกเพื่อใครสักคนหนึ่ง พ่อ แม่ พี่น้อง ปู่ ย่า ตายาย
การตายก็เช่นกัน เด็กป่วยทุกคนจากไปด้วยหัวใจเข้มแข็ง เธอรู้ดีกว่าต้องมีวันหนึ่งวันใด อันใกล้นี้
ที่จะไม่ได้ตื่นลืมตามาพบเจอกับทุกคนอีก อย่างดีที่สุด เธอทำได้เพียงปฏิบัติตัวตามหมอสั่ง
กินยา ฉีดยา นอนพัก กินข้าว คีโม และพยายามทำจิตใจให้ร่าเริงเพื่อเตือนให้ร่างกายหายดี..สักที

ในจักรวาลของเด็กป่วย ประกอบด้วยความสุขนับเป็นเปอร์เซ็นก็แทบติดลบ
ยารสขม หลากสี ไม่เคยทำให้วันไหนนึกสนุกหัวใจพองโต
เข็มฉีดยาตัวร้าย เฝ้าแต่ทิ่มแทงเส้นเลือดเล็กๆบางๆ มันฝังรากของความเจ็บปวดไว้ลึกไม่เคยลืม
การต้องนอนพัก ทั้งๆที่สมองยังอยากทำอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย
ในห้องสันทนาการวันนี้พี่ๆอาสามาเล่นด้วย แต่การฤทธิ์คีโมมันปั่นป่วนจนชวนให้หมดแรง
ข้าวทุกเม็ด น้ำแกงจืดซืด นา นาอาหารในถาดหลุม .. มันไร้รสชาติหวาน เปรี้ยว เค็ม เผ็ด

หากดวงอาทิตย์ขึ้น และแสงแดดแอบส่องมาถึงเตียงบ้าง
วันที่เคยซึมเซาก็เหมือนกระปรี้กระเปร่าขึ้น
วันไหนที่ไปไม่ถึงห้องเล่น.. หากโชคดี พี่ๆอาสาเดินมาหาถึงเตียง
วันนั้น ความเจ็บปวดทั้งกายและใจ ลดน้อยลงอย่างน่าอัศจรรย์

เมื่อร่างกายน้อยๆของเด็กตัวเล็กๆ กำลังต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ
หากความเจ็บป่วย มีตัวตน เพื่อนเล่น คือศัตรูตัวร้าย .. ที่ทำลายโรคได้ ..แม้เพียงชั่วขณะ
ท่ามกลางจักรวาลของความป่วยไข้.. มีเพียงมนุษย์เท่านั้น ที่จะเข้าใจความรู้สึกทุกข์สุขของกันและกัน

Share Button

เห็ดนางฟ้าภูฏาน “ยาต้านเศร้า” ฉบับคนจน

เห็ดนางฟ้าภูฏาน “ยาต้านเศร้า” ฉบับคนจน

“วันนี้ล่ะ วันนี้เหมาะที่สุดสำหรับการฆ่าตัวตาย” ใครบางคนกระซิบอยู่ที่ข้างหู
ผมไม่รู้ว่าเป็นเสียงของใคร แต่เป็นประโยคคำสั่ง “ให้ผมฆ่าตัวตาย” ดังแว่วมาวันเว้นวัน
ผมต่อสู้กับเสียงได้บ้างไม่ได้บ้าง ยิ่งเห็นร่างกายที่นับวันยิ่งจะซูบผอมของลูกและเมีย
ผมก็ยิ่งอยากตายให้เร็วที่สุดเพื่อหยุดเรื่องราวความลำเค็ญตรงหน้า
ข้าวสารไม่มีกรอกหม้อ ฟ้านับวันยิ่งมืดมน ผมป่วยทั้งกายและใจไร้ทางต่อสู้
ไม่มีทั้งทุนทรัพย์และแรงใจไฟฝัน แม้กระทั่งความรู้สึกอยากหายใจเข้าหายใจออกก็ดูขัดขืน

“ผมผ่านการฆ่าตัวตายมาแล้ว 3 ครั้ง”
และเกือบทำสำเร็จในครั้งสุดท้ายพร้อมเชือกที่ถูกทำให้เป็นบ่วงเสร็จสรรพ
เหลือเพียงขยับร่างที่ไร้เรี่ยวแรงและชูคอให้แข็งเพื่อคล้องลงในบ่วงนั้น
วินาทีถัดไป…ผมจะไม่เป็นภาระใครอีก

ไม่รู้ว่าฟ้าดินกลั่นแกล้งหรืออย่างไร ลูกชายคนกลางเดินเข้ามาและจ้องมอง
ผมเลยต้องหยุดการตายเพื่อหนีปัญหาไว้เพียงเท่านี้..
และนี่คงไม่ใช่ทางออกของความทุกข์ยาก

หลังจากที่ผมป่วยด้วยโรคปลายประสาทกระดูกสันหลังแตก
วันหนึ่งในขณะกำลังเผาถ่านเพื่อเลี้ยงอีก 6 ปากท้อง
อยู่ๆผมก็เดินเสียหลักและล้มลง หลังจากนั้นก็ลุกขึ้นเดินไม่ได้อีกเลย
เมียกำลังตั้งท้องลูกคนที่สี่ เธอสู้งานหนักแบบไม่ปริปากบ่น จนผมรู้สึกละลายใจ

ยายทวดของเด็ก เลี้ยงหลานชายหญิงวัยกำลังซน ที่ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
งานเผาถ่าน เป็นสิ่งเดียวที่หญิงแก่วัยแปดสิบกว่าๆจะทำได้
ใจหนึ่งอยากตาย..อีกใจหนึ่งก็อยากให้เมียตายก่อน “ผมรักเธอมาก”
และไม่อยากให้เธอต้องเผชิญชีวิตที่ยากลำบากอย่างทุกวันนี้ ..
หากเธอตายไปซะ ความทุกข์ยากทั้งหมดนี้เขาจะขอรับไว้แต่เพียงผู้เดียว

หากแต่…

ทันทีที่ถุงเพาะเชื้อเห็ดนางฟ้าภูฏานเดินทางมาถึงบ้านของเรา
ผมรั้งน้ำตาแห่งความดีใจไว้ไม่ไหว แอบไปร้องไห้ไม่ให้ใครเห็นอยู่หลังบ้าน
ทันควันผมขว้างไม้ค้ำร่างทิ้ง มันไม่ใช่ตัวช่วยให้ชีวิตของผมดีขึ้นอีกต่อไป
“เห็ดนางฟ้าภูฏาน” ที่กองอยู่ตรงหน้าต่างหาก มันคือประตูสู่ความหวังใหม่อีกครั้ง

ผมกลับมาเดินอีกครั้ง..เดินทั้งที่ยังเดินไม่ค่อยได้ แต่ผมก็เดิน
ก้าวไปข้างหน้าแม้ว่าจะล้มลุกคลุกคลานไปบ้าง แต่ผมไม่อาย
เพราะนี่อาจเป็นโอกาสครั้งสุดท้าย..ที่จะทำให้ชีวิตผมห่างออกจากความยากจน
แม้เพียงน้อยนิด..ผมก็รู้สึกว่าทุกอย่างกำลังจะดีขึ้น

ผมว่าครอบครัวของเรามาไกลเกินฝัน หนึ่งวันก่อนที่ทีมอาสามาเยี่ยมจะนำเห็ดมาให้
ผมคุยกับเมียว่า เราจะรอดถ้าเราได้เห็ดมาเพาะเลี้ยงไว้ที่บ้านสักยี่สิบถุง
ยังไม่รู้ว่าจะขอจากใคร ..แต่ก็พอมีความหวังว่า “เห็ด” ที่ออกดอกออกผลทุกวัน
จะสามารถนำมาประกอบอาหาร ต้มยำทำแกงได้ ในยามขาดแคลน

เห็ดนางฟ้าภูฏานกว่า 600 ถุงทยอยลงจากรถ เสียงคำสั่งแว่ว แผ่วเบาที่เคยกังวาลอยู่ในสมอง
เลือนหายไปอย่างกับไม่เคยเกิดขึ้น ในวันที่เห็ดดอกแรกผลิบาน ผมเห็นรอยยิ้มของเมียลูกๆและยายทวด
ใจผมยิ้มตาม ผมในฐานะหัวหน้าครอบครัวทำให้ทุกคนยิ้มได้และอิ่มท้องอีกครั้ง

ผมไม่เคยรู้ตัวมาก่อนว่า เสียงของปีศาจร้ายที่คอยเฝ้าหลอกหลอนอยู่ข้างหูทั้งเช้าค่ำ
คืออาการของคนที่ป่วยทางจิตเป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง และผมมีสิทธิฆ่าตัวตายได้ในทุกวินาที
และนั่นจะด้วยความรู้หรือไม่รู้ มีสติหรือไม่มีสติ ก็ตาม
โรคซึมเศร้าไม่เคยเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าคนคนนั้นจะร่ำรวยหรือยากจน
หากแต่ว่าง่ายดาย มันดันแพ้คนใจสู้หลังชนฝาและประกายตาแห่งความหวังอันแรงกล้าของผม ..

Share Button

“พ่ออยู่ที่ไหน” ใจลูกก็อยู่ที่นั่น

p3

“พ่ออยู่ที่ไหน” ใจลูกก็อยู่ที่นั่น

คุณตานิตย์ สีหจักร์ อายุ 100 ปี หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยจากบริเวณหมู่บ้านหนองไทร
ตำบลไร่เก่า อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561

ลูกๆของตานิตย์ขอความช่วยเหลือมายังศูนย์ข้อมูลคนหาย ให้ช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องราว
การหายตัวของตานิตย์ผ่านเพจศูนย์ข้อมูลคนหาย เพื่อหวังว่าใครอาจจะพบเจอคุณตาที่ไหนสักแห่ง
หลังจากนั้นทีมงานลงพื้นที่ติดตามหาคุณตาอย่างละเอียดในทุกตารางนิ้วของตำบลไร่เก่า
อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไม่ว่าจะกี่ครั้งปาฏิหาริย์ก็ไม่เคยเข้าข้าง..

เป็นเวลากว่า 8 เดือนที่ลูกๆไม่เคยหยุดการค้นหา … ถึงแม้ว่าจะเจอเพียงไม้เท้าและรองเท้า
ความหวังในการได้พบพ่ออีกสักครั้งก็ไม่เคยล้มเลิก

“ฉันจะตามหาพ่อทั้งชีวิต” ป้านี ลูกสาวตานิตย์พูดอย่างหนักแน่น
“รู้ทั้งรู้ว่าพ่อมีอาการหลงลืม และต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ แต่สุดท้ายก็พลาดจนได้”
การหายตัวไปของพ่อจึงเป็นเรื่องค้างคาใจสำหรับชีวิตที่เหลือต่อจากนี้ของป้านี

ทุกซอกทุกมุมถูกค้นหาซ้ำแล้วซ้ำอีก ลูกๆทุกคนภาวนาขอเพียงได้รู้ว่าพ่ออยู่ตรงไหน
ไม่ว่าจะเป็นหรือตายก็อยากได้พบพ่ออีกครั้ง

“พ่ออยู่ที่ไหน” เป็นประโยคคำถามที่ป้านีและพี่ๆน้องๆทุกคนเฝ้าคิดวนเวียนอยู่ในหัว
ท่ามกลางความล้มเหลวผิดหวัง ป้านียังเหลือพื้นที่ให้กับความหวังเล็กๆในใจ

“อยากได้เลี้ยงดูพ่ออีกหน่อยก็ยังดี การหายไปแบบนี้ทำให้ทุกอย่างมันไม่สิ้นสุดเสียที เหมือนไม่ได้ดูแลกันในวาระสุดท้าย”

สิ่งสุดท้ายที่อยากร้องขอต่อโชคชะตา หากพบเจอกันแบบมีลมหายใจไม่ได้
ก็ขอได้เจอกระดูกของพ่อก็เพียงพอ …การรอคอยจะได้ถึงเวลาสิ้นสุดเสียที

“มีเพียงความหวังและกำลังใจที่มีให้กันเท่านั้น ที่ทำให้การรอของเรามีความหมาย รอจะได้พ่อคืนมาในสักวัน”

Share Button

“พ่อ” ผู้แบ่งปันในทุกโมงยามของชีวิต

p2

ลุงเจน เชื้อชุ่ม อายุ 65 ปี คุณพ่อวัยเกษียณที่ควงคู่ป้าหมวย มาหาเราที่โครงการแบ่งปันเมื่อ 7 ปีที่แล้ว
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เสื้อสีขาวมือสองกว่าพันตัวถูกนำไปย้อมใหม่จากเสื้อสีหม่นกลายเป็นสีสดใส
ทุกวันนี้ลุงหาเลี้ยงชีพด้วยการขับมอเตอร์ไซต์รับจ้างและออกเร่ขายเสื้อมัดย้อมตามตลาดนัด
ลุงเจนบอกว่า โครงการแบ่งปันช่วยคนไม่มีกิน ได้พอมีกินมีใช้ขึ้นมาบ้าง

เงินที่ได้ทุกบาทในแต่ละวันถูกแบ่งสรรคปันส่วนเป็นค่าใช้จ่ายจิปาถะในบ้าน
เป็นค่าขนมสำหรับหลานๆ ค่าน้ำค่าไฟ ค่าอาหารและค่าเช่าบ้านที่มีสมาชิกอยู่รวมกันกว่าสิบชีวิต

“ป่วยไม่ได้”
“ผ่าตัดไม่ได้”
“หยุดทำงานไม่ได้”
“พักไม่ได้”

คำพูดติดปากของลุงเวลาถูกถามว่าทำไมไม่ไปผ่าตัดรักษาโรคไส้เลื่อนที่เป็นมานานเสียที
ทั้งๆที่หมอย้ำว่า “ห้ามทำงานหนัก” แต่ลุงก็ทำเป็นไม่ได้ยินเพราะชีวิตจริง
หนี้สินที่แบกอยู่มันหนักหนากว่างานตรงหน้ายิ่งนัก

“พ่อ” ของลูก 6 คน และเป็นตาของหลานอีก 16 คน ไม่อาจทำเป็นมองไม่เห็นความลำบากของลูกหลานได้
งานอะไรที่พอทำให้ได้เงินมาบ้าง แกทำทุกอย่างเพื่อเลี้ยงปากท้องหลานๆให้พออิ่ม
ทุกวันนี้ป้าหมวยทำงานหนักไม่ได้เช่นกัน ด้วยสารพัดโรครุมเร้าทั้งโรคสมอง หัวใจ และความดัน

ลุงเจนจึงต้องเข้มแข็งไว้เพื่อเป็นหลักให้ทุกคนได้พึ่งพิง เช่นยามนี้เมื่อชีวิตของลูกๆพลั้งพลาด
และไร้หนทางไปต่อ
“บ้านเช่า” หลังนี้จึงอบอุ่นเสมอ แม้ว่าจะลำบากยากจน แต่ลุงก็ไม่เคยซ้ำเติมลูกๆ

“ที่เลี้ยงดูแลกันทุกวันนี้ก็หวังว่าสักวัน เมื่อลูกหลานเติบโตและพอมีชีวิตเลี้ยงดูตัวเองได้”
“พ่อ” คนนี้จะได้สบายใจและหมดห่วงสักที

Share Button

แด่ทุกหัวใจของพ่อที่ “ต่อสู้” เพื่อครอบครัว

p1

แด่ทุกหัวใจของพ่อที่ “ต่อสู้” เพื่อครอบครัว

หลังจากภรรยาตายจากด้วยโรคมะเร็งกระดูกระยะสุดท้าย หน้าที่ของความเป็นสามีก็จบสิ้นเช่นกัน
เหลือเพียงบทบาทหน้าที่ของความเป็น “พ่อ” ที่ภรรยาวางใจมอบไว้ให้แก่เขา

หากบ้านเราไม่ยากจนนัก ลูกชายคนเดียวคงไม่ต้องมีชีวิตเช่นนี้
เด็กชายอยากแบ่งเบาภาระครอบครัว จึงไปรับจ้างทำงานในโรงงาน ด้วยความประมาทพลั้งเผลอ
หรือโชคร้ายเข้าข้าง ในขณะที่เขากำลังถอดเสื้อพาดคอเป็นจังหวะเดียวกับที่สายพานดึงเสื้อ
แรงกระชากนั้นทำให้เขาขาดอากาศหายใจและกลายเป็นคนพิการป่วยติดเตียงในทันที

แรกๆยังมีแม่คอยดูแลลูกอย่างใกล้ชิด พ่อทำหน้าที่ออกทำงานรับจ้างหาเงินค่าใช้จ่ายรายวัน
จนเมื่ออยู่ๆภรรยาล้มป่วยและเสียชีวิตลง จึงเหลือเพียงพ่อที่ต้องรับผิดชอบดูแลลูกชายเพียงลำพัง
ใจของพ่อ..ไม่ได้คิดอะไรไปไกลมากไปกว่าการเลี้ยงดูลูกให้ดีที่สุด..เท่าที่จะทำได้
เพื่อให้ลูกมั่นใจว่า.. พ่อจะไม่ทิ้งลูกให้เป็นภาระของใคร
ไม่ใช่เพราะว่าพ่อคือพ่อ แต่เพราะเราคือส่วนหนึ่งของกันและกัน

และไม่ใช่เพียงโครงการอาสามาเยี่ยมเท่านั้น ที่จะได้สัมผัสความรู้สึกถึงความรักอันไม่มีเงื่อนไขของ “พ่อ”
ยังมีพ่อของลูกอีกหลายคนที่กำลังสู้ชีวิตเพื่อชีวิตที่ดีกว่าของลูก ขยันค้าขายเพื่อหารายได้อยู่ในโครงการแบ่งปัน
และยังมีลูกอีกหลายคนที่ทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้พบเจอพ่ออีกสักครั้ง ติดต่อสัมพันธ์ชีวิตกันอยู่ในโครงการศูนย์ข้อมูลคนหาย

ทุกชีวิตที่ผ่านมาพบเจอกันในมูลนิธิกระจกเงา .. ต่างมีเรื่องราวสารพันให้ต้องแก้ไขและห่วงใยกัน
ไม่ว่าจะจนยาก ลำบาก ขาดแคลน เป็นหนี้สิน แต่ทุกคนก็พร้อมสู้ เพื่อคนที่ตัวเองรัก

เชื่อว่า อ้อมกอดของพ่อที่หนักแน่น และเงียบขรึมนั้นก็อบอุ่นไม่แพ้น้ำนมของแม่ที่หลั่งรินจากเลือดและน้ำตา

สุขสันต์วันพ่อ

Share Button

ชีวิตใหม่หลังความตาย

ชีวิตใหม่-new 


“ป้ากินข้าวกับเกลือ เพื่อให้แม่ กับพี่ได้กินข้าวกับปลา

ช่วงหลังแม่ป่วยมาก เคี้ยวอะไรไม่ค่อยได้
อยากให้เขาได้สารอาหาร เราก็ต้องยอม อดเอา”
 “มีเงินเก็บเท่าไหร่ สมบัติมีอะไร ป้าขนมาขายหมด
รถกระบะ ทีวีในบ้านก็ขาย หวังจะเอามารักษาพี่ กับแม่”

เป็นคำพูดของป้านัน หญิงชราที่อุทิศชีวิตดูแลแม่และพี่สาว ที่ป่วยหนัก
เธอว่า คุณค่า ความหมายของชีวิตทั้งหมดของเธอ คือการดูแลครอบครัว
ความจริงสังคมบ้านเรามีเรื่องราวเช่นนี้อยู่มาก
คนในบ้านป่วย คนที่แข็งแรงก็สู้จนหมดหน้าตัก สุดท้ายยื้อชีวิตใครไว้ไม่ได้
และต้องใช้ชีวิตหลังความตายของคนที่รัก แบบคน “หมดตัว”

ในบ้านที่ว่างเปล่า ป้านันอยู่กับร่องรอยของคนทั้งคู่ ที่ตอกย้ำให้คิดถึง
หล่อเลี้ยงตัวเองด้วยเบี้ยยังชีพคนชรา เดือนละ 600 บาท
ต้องเข้าออกโรงพยาบาล รักษาทั้งอาการป่วยกาย และใจ
“มีวันนึง หมอไม่ยอมให้ป้ากลับ ให้อยู่คุยกันก่อน กลัวป้าฆ่าตัวตาย”

จากอาการ “ป่วยใจ” ที่หมอห่วง เป็นที่มาของการตั้งคำถาม
ทำอย่างไร? จึงจะ “เยียวยา” ป้านัน ได้อย่าง “ยั่งยืน”
ทำอย่างไร? ให้ชีวิตของคนๆ หนึ่ง ที่ดูแลคนอื่นมาทั้งชีวิต ได้รับการดูแลบ้าง
แม้เป็นเพียงชีวิตน้อยๆ ของหญิงชราธรรมดาคนหนึ่งก็ตาม

ไอเดียส่งเห็ดนางฟ้าภูฏานให้ป้านันดูแลเพื่อให้คลายเศร้า
โดยให้เห็ดเหล่านั้น ดูแลป้านันไปด้วย จึงเกิดขึ้น

ทันทีที่ไอเดียนี้เริ่มขยับ ความช่วยเหลือจากคนที่รู้ข่าวก็ถาโถมเข้ามา
“ถ้าได้รู้ก่อน ไม่มีใครยอมปล่อยเพื่อนมนุษย์ตายไปต่อหน้าต่อตาหรอก”
เรื่องราวของเห็ดนางฟ้ากับป้านันเป็นสิ่งยืนยันข้อคิดนี้

หลังจากนั้นเห็ดนางฟ้า โดยการร่วมมือของหลากหลายผู้คนก็เริ่มทำหน้าที่ของมัน
เห็ดทำหน้าที่เยียวยาป้านันได้ทุกวัน ทำได้มากกว่าการเยี่ยมเยียนรายครั้ง/รายเดือน
เปลี่ยนชีวิตที่กำลังป่วยไข้จากความสูญเสีย เป็นความหวัง เป็นรายได้ เป็นอาชีพ

วันที่เชื้อเห็ดเดินทางไปถึง บรรยากาศของความหวัง
ก็ตลบอบอวลเต็มลานบ้านป้านันอีกครั้ง
ไม่นาน สมาชิกใหม่ของบ้าน ก็แทงยอด ออกดอกรายวัน
เฉลี่ยวันละ 1-5 กิโล ให้เก็บกินเก็บขาย
มีรายได้ประมาณวันละ 100-300 บาท

ค่ำวันหนึ่ง คืนที่ป้านันรู้สึกว่าพระจันทร์กำลังยิ้มให้ดวงดาว
เธอบอกกับแม่และพี่สาวบนท้องฟ้าว่า ไม่ต้องห่วงเธอแล้ว
เธอมีเห็ดไว้ดูแลคลายเหงา และเห็ดเหล่านี้ก็ดูแลชีวิตเธอด้วย

#เยี่ยมเยียนเพื่อเยียวยา #อาสามาเยี่ยม

Share Button

ปลายสายแห่งความหวัง…….

ปลายสายแห่งความหวัง…….

“อีหนูยายได้คุยกับลูกชายของยายแล้วนะลูก
ยายมีความสุขเหลือเกิน ขอบคุณหนูมากสำหรับคำแนะนำ
ในการตามหาลูกชาย ความสุขของคนเป็นแม่
แค่นี้ก็ชื่นใจมากแล้วลูกเอ่ย ขอให้หนูเจริญๆนะลูก
บทสนทนาของหญิงชราทางสายโทรศัพท์”

ทุกวันที่ “ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา”
จะทำการรับแจ้งประสานงานและให้คำแนะนำ
ในการติดตามหาคนหายทางสายโทรศัพท์
วันละ 5-7 ครอบครัว ทุกสายที่โทรเข้ามาล้วนมีความหวัง
ว่าจะได้รับการช่วยเหลือ หน้าที่ของเราคือการให้คำปรึกษา
คำแนะนำ รวมไปถึงการให้กำลังใจบุคคลที่โทรเข้ามา
เพราะทุกสายต่างมีความทุกข์
ต้องการระบายเพื่อหาทางออกให้กับตัวเอง
และความหวังในการพบเจออีกคนที่หายไป ……

ตลอดเวลาของการสนทนากับคุณยายท่านนี้
เราสัมผัสถึงความสุขผ่านปลายสายโทรศัพท์ของผู้เป็นแม่
ที่ได้มีโอกาสได้ยินเสียงลูกชายที่รักอีกครั้ง
และยังมีหลายครอบครัวที่ได้ประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้
คนที่หายไปจากบ้าน….
ไม่ยอมติดต่อกับคนทางบ้าน
เพียงเพราะคิดว่าไม่อยากให้ใครเป็นห่วง
แต่การเงียบหายไปนั้นยิ่งทำให้คนในครอบครัว
เป็นห่วงเขาและเธอมากขึ้นกว่าเดิม

หน้าที่ของคนรับสายโทรศัพท์
ผู้เป็นเสมือนปลายทางแห่งความหวัง
ถึงแม้บางครั้งคนที่ทำหน้าที่ตรงนี้อาจไม่มีเวลา
ส่วนตัวมากนัก แต่พวกเราเองก็รู้สึกดีที่อย่างน้อย
การอุทิศชีวิตในการทำงานของเราให้กับครอบครัวคนหาย
เรายังได้เป็นที่พึ่งพา เป็นความหวังของใครหลายๆ คน
หลายๆ ครอบครัวที่โทรเข้ามาหาเรา
ด้วยความหวังร่วมกันว่าการรอคอยจะได้สิ้นสุดลง

“การรอคอยต้องมีวันสิ้นสุด”
ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา

mirror1

Share Button