ทิ้งท้ายด้วยการ “ให้” เพื่อเริ่มต้นปีใหม่อย่างงดงาม

ทิ้งท้ายด้วยการ “ให้” เพื่อเริ่มต้นปีใหม่อย่างงดงาม

ในช่วงเทศกาลแห่งความสุข หลายครอบครัวมองหาที่ทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตในช่วงปีใหม่ ไม่ว่าจะเป็นทำบุญที่วัด, ไถ่ชีวิตโคกระบือ, เลี้ยงอาหารกลางวันเด็กกำพร้าและคนชรา, บริจาคโลงศพและน้ำมันเชื้อเพลงศพไร้ญาติ

ตามหลักพระพุทธศาสนา “การบริจาคสิ่งของ” นั้นนับเป็นการ “ให้ทาน” หรือ “ทานมัย” ซึ่งหมายถึง การเสียสละ การแบ่งปัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการให้ทานข้าวของหรือเงินทอง การทำบุญประเภทนี้ จะช่วยขัดเกลาจิตใจของผู้ให้ ให้ลดความตระหนี่ถี่เหนียว ลดความคับแคบของจิตใจ ลดความเห็นแก่ตัว และไม่ยึดติดวัตถุ แต่บางคนไม่เคยทำบุญด้านการบริจาคสิ่งของมาก่อน อาจจะนึกภาพไม่ออกว่าจะต้องทำอย่างไร แล้วอะไรที่เหมาะสมในการบริจาคบ้าง

ปีใหม่นี้ “มูลนิธิกระจกเงา” ขอเป็นตัวกลางในการส่งต่อ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ในรูปแบบ “การบริจาคสิ่งของ” เช่น เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย, ของใช้ทุกประเภท, เฟอร์นิเจอร์เก่าที่ยังคงสภาพใช้งานได้, เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดทุกสภาพการใช้งาน, คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค, ปริ้นเตอร์, อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทุกสภาพการใช้งาน, หนังสือทุกประเภท, อาหาร ยารักษาโรค สำหรับการทำกิจกรรม Food For Friends, ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ Size M และ L, ยาสามัญประจำบ้าน และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น รถเข็น, ไม้ค้ำยัน, วิวแชร์, เตียงผู้ป่วย, ถังอ๊อกซิเจน ฯลฯ ให้กับผู้ที่ขาดแคลน ผู้ที่ต้องการใช้ ของที่ไร้ค่าสำหรับเรา อาจจะมีความหมายและจำเป็นต่อชีวิตผู้อื่นให้ถึงมือผู้ที่ต้องการใช้ประโยชน์จริง ๆ

สิ่งบริจาคเหล่านั้นจะถูกนำไปจัดสรรต่อ โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกันคือ
1.) ระดมทุนเข้าโครงการแบ่งปัน เพื่อนำไปสนับสนุนการดำเนินงานของโครงการต่าง ๆ ในมูลนิธิ
2.) สร้างอาชีพ จำหน่ายสินค้าระดมทุนราคาต่ำ เพื่อให้คนในชุมชนมีรายได้เสริมจากการจำหน่ายสินค้าราคาถูก และ
3.) ส่งต่อไปยังพื้นที่ขาดแคลน ไม่ว่าจะเป็น ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ในโครงการอาสามาเยี่ยม, พื้นที่ประสบภัยต่าง ๆ ทั้งอัคคีภัย อุทกภัย, โรงเรียนต่างจังหวัด, คนไร้บ้าน, ผู้ป่วยข้างถนน, สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง 13 แห่งทั่วประเทศไทย รายละเอียดอื่น ๆ และช่องทางการบริจาคสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นี้ http://www.mirror.or.th/autopagev4/show_page.php?topic_id=1433&auto_id=32

ให้การทำบุญปีใหม่ไม่ใช่เรื่องยาก..ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเดินทางไปไหนไกล แค่เพียงเปิดตู้เสื้อผ้าของคุณเลือกชุดที่ใส่ไม่ได้แล้ว จะสีหม่น หรือเก่าขาด ส่งต่อมาให้พวกเราเพื่อเติมเต็มให้กับผู้คนที่กำลังรอคอยและขาดโอกาสในทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย

Share Button

อิ่มใจ อิ่มบุญ ด้วยการ “ให้” และ “แบ่งปัน”

อิ่มใจ อิ่มบุญ ด้วยการ “ให้” และ “แบ่งปัน”

อีกหนึ่งกิจกรรมในช่วงปีใหม่ที่แทบทุกคนทุกครอบครัวมักจะชวนกันทำเสมอ ๆ คือการ “ทำบุญ” และการทำบุญในรูปแบบของการ “บริจาคสิ่งของ” นั้น ก็เป็นการทำบุญที่ทำได้ทุกศาสนา ทุกเพศทุกวัย ทุกคน และทุกชนชั้น

แน่นอนว่า เราทุกคนมีสิ่งของส่วนตัวที่ไม่ได้ใช้แล้วอย่างแน่นอน บ้างก็อาจจะเบื่อ บ้างก็อ้วนขึ้นผอมลงใส่ไม่ได้ บ้างก็ซื้อของใหม่เข้ามาแทน ฯลฯ หากเรามีเวลาเปิดตู้เสื้อผ้า หรือตั้งใจไล่เรียงรายการข้าวของเครื่องใช้ ของเล่นลูก อุปกรณ์ทำครัว อุปกรณ์ทำสวน อุปกรณ์ซ่อมรถ กระเป๋า สารพัดสิ่งที่ไม่ได้ใช้แล้ว อาจจะมีมากจนตัวเราเองก็ต้องตกใจ บางอย่างลืมไปด้วยซ้ำว่ามันมีอยู่ หรือบางอย่างมันจะกึ่ง ๆ ระหว่าง “จะทิ้งก็เสียดาย จะขายก็คงไม่ได้ราคา” ถ้าอย่างนั้น เราเลือกสิ่งของที่เหมาะสมจะบริจาคเหล่านั้น มาแบ่งปันและส่งต่อให้กับผู้อื่นที่ต้องการใช้ หรือคนที่อาจจะไม่มีโอกาสที่จะมีของสิ่งนั้นเลยก็ได้ตลอดชีวิตนี้กันดีกว่า

การเอื้อเฟื้อแบ่งปันด้วยการทำบุญบริจาคนี้ ทำให้เกิดเรื่องราวดี ๆ ขึ้นมากมายหลายประการ ที่เราอาจนึกไม่ถึงและไม่คาดคิด อาทิเช่น

1.) ช่วยให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์ และสามารถต่อชีวิต มีอนาคต มีงานทำเลี้ยงตัวเองและครอบครัว จากสิ่งของที่เราบริจาค

2.) ช่วยให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ พ้นจากความขาดแคลน หรือความทุกข์ยาก ความทุกข์โศก จากสิ่งของที่เราบริจาค

3.) ช่วยให้สังคมเกิดความสงบสุขมากขึ้น มีส่วนช่วยลดปัญหาอาชญากรรม การลักเล็กขโมยน้อย การฉกชิงวิ่งราว จากสิ่งของที่เราบริจาค

4.) ช่วยให้จิตใจของผู้ให้ มีความสุข สงบ จากการรู้จักเสียสละ อุทิศสิ่งของของตนให้แก่ผู้อื่นได้ โดยไม่ยึดติด เป็นการปล่อยวางอย่างหนึ่งที่ทำให้จิตใจสุขสงบ เหมือนได้ชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ ซึ่งก็จะส่งผลให้สมองแจ่มใส ทำการงานได้อย่างสบายใจ ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

5.) โอกาสของการจัดบ้านให้เป็นระเบียบเรียบร้อยต้อนรับปีใหม่ ด้วยเพราะเมื่อก่อนข้าวของเครื่องใช้ หรือเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายมีมากจนเกินความจำเป็น ทำให้บ้านช่องที่ควรจะเป็นระเบียบเรียบร้อยกลับรก จนแทบหาของที่ต้องการใช้ไม่เจอ บ้านที่ควรจะเดินได้โล่งโปร่งสบาย ก็กลับต้องอึดอัดด้วยข้าวของที่ไม่ได้ใช้ จึงถือเป็นเรื่องดีที่จะได้จัดการบ้านช่องเพื่อต้อนรับปีใหม่ ให้ชีวิตได้เจอสิ่งใหม่ ๆ และดีขึ้น

นับว่าเป็นการ “ทำบุญ” ในช่วงวันขึ้นปีใหม่ ที่นอกเหนือจากคำว่า “ได้บุญ” แล้ว ยังทำให้ผู้บริจาค มีจิตใจที่อิ่มสุข อิ่มเอม จากการได้แบ่งปันให้เพื่อนมนุษย์อีกด้วย

 

Share Button

เก่าของใคร แต่ใหม่เสมอสำหรับฉัน แบ่งปันกันนะ..

เก่าของใคร แต่ใหม่เสมอสำหรับฉัน แบ่งปันกันนะ..

การเป็น “ผู้ให้” ด้วยใจบริสุทธิ์ย่อมเกิด “ความสุขใจ” อย่างแท้จริง โดยเฉพาะสิ่งที่เราได้ให้ไปนั้น เกิดประโยชน์และมีคุณค่าต่อ “ผู้รับ” แต่ก็มีหลายคนที่อาจจะมองว่า “การให้” หรือ “การบริจาค” สิ่งของที่ไม่ใช้แล้ว หรือที่เรียกอีกอย่างก็คือ “ของเก่า” ที่เราไม่ต้องการ ทำให้รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่

เพราะคำว่า “ของเก่า” หรือ “หรือที่ไม่ใช้แล้ว” นอกจากใจผู้ให้เองจะรู้สึกไม่ค่อยดี ยังกลัวผู้ได้รับต่อรังเกียจบ้างล่ะ และพาลคิดไปไกลเลยเถิด ว่าจะเป็นการทำบุญที่ไม่น่าจะได้บุญเต็มร้อยสักเท่าไหร่ ทำให้หลายคนที่คิดจะบริจาคสิ่งของแก่ผู้อื่น ต้องควักเงินไปซื้อหามาใหม่ แทนที่จะบริจาคของเก่าที่ไม่ใช้แล้ว หากเราไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ มีทุนทรัพย์เหลือมากพอที่จะซื้อของใหม่ไว้คอยบริจาค ก็คงไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าต้องควักกระเป๋าแล้วทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อนลำบาก ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีเท่าไหร่ จะกลายเป็น “ทำบุญกับผู้อื่น แต่ทำบาปกับตัวเอง” ไปซะอย่างนั้น

ความจริงก็คือ “ของเก่าของเรา จะเป็นของใหม่ของอีกคนเสมอ” ไม่ว่าจะตกไปอยู่ในมือผู้รับคนไหนก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้รับเป็นผู้ที่ด้อยโอกาส ยากจน ไม่มีเงินมากพอสำหรับซื้อของเหล่านั้น มันจะเป็นของที่มีคุณค่ามากต่อผู้ที่ต้องการใช้ทันที มันอาจจะทำให้ผู้รับได้สร้างงาน มีโอกาสที่จะมีชีวิตใหม่ ๆ ชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน จากของที่เราบริจาคทานไปก็เป็นได้ เหมือนเรากำลังส่งต่อน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตให้กับอีกชีวิต ที่ยังคงรอความหวังจากเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน สิ่งของนั้นแม้อยู่กับเราดูเหมือนไร้คุณค่า แต่หากไปอยู่กับอีกคน อาจจะมีคุณค่ามากกว่าที่เราคิด

“การแบ่งปัน” อบอวลและเชื่อมร้อยน้ำใจมนุษย์ตลอดมา นับตั้งแต่โลกนี้ได้ถือกำเนิดขึ้น และการแบ่งบันก็ทำให้สังคมของเรางดงามและน่าอยู่มากขึ้น เพราะมันหมายถึง การที่เรารู้จักเสียสละสมบัติอันเป็นของตนเองให้กับผู้อื่น โดยไม่ยึดติดกับของนอกกาย เพราะต่อให้เราไม่บริจาคออกไป ไม่แน่ว่าอีก 5 ปีข้างหน้า หรือ 10 ปีข้างหน้า ของสิ่งนั้นก็อาจจะยังตั้งวาวอยู่ในบ้านอย่างเดิม หรือผุพังไปตามกาลเวลา จนต้องทิ้งลงถังขยะไปในที่สุด สู้แบ่งปันให้กับผู้อื่นที่เขาจะได้ใช้ประโยชน์จากมันไม่ดีกว่าหรือ

โลกเราใบนี้ยังมีทั้ง…คนที่มีมาก คนที่มีน้อย คนที่แทบไม่มีอะไรเลย และคนที่ไม่มีอะไรเลย นั่นคือความจริงที่ไม่ต้องรอการพิสูจน์ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องรอวันเป็นผู้ที่มีมากจนเหลือเฟือเสียก่อนถึงจะแบ่งปันได้ เพราะแม้เราจะมีน้อย หรือเป็นแทบไม่มีอะไรเลย เราก็เป็น “ผู้ให้” ได้เช่นกัน เพราะคนที่…ไม่มีอะไรเลยก็ยังมีอยู่

ในโอกาสดีปีใหม่นี้ “มูลนิธิกระจกเงา” อยากชวนมาร่วมทำบุญด้วยกันแบ่งปัน ซึ่งเป็นการทำบุญอีกรูปแบบหนึ่งที่ผู้ให้จะมีความสุข ความยินดีปรีดา ซึ่งทางมูลนิธิเปิดรับการแบ่งปันทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นของขวัญของเล่นสำหรับเด็ก ๆ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เครื่องครัว โต๊ะเก้าอี้ คอมพิวเตอร์ ฯลฯ รวมถึงอาสาสมัครที่จะช่วยรับของบริจาคในช่วงวันหยุดปีใหม่ ไม่ว่าจะวันหยุดหรือวันไหน ๆ ทางเราได้เตรียมพื้นที่ไว้เพื่อรองรับของบริจาคจากทุกท่านเพื่อส่งต่อให้กับอีกหลาย ๆ คนที่ยังรอคอยความหวัง และของขวัญปีใหม่ที่มีคุณค่าต่อชีวิตและต่อหัวใจอยู่เสมอ

ไม่ต้องคิดอะไรมากนะ ถ้าเธออยากจะให้ก็ให้เถิด เพราะผู้รับเองก็อยากจะบอกว่า “ของเก่าของเธอ แต่ใหม่เสมอสำหรับฉัน”….

Share Button

“ยกระดับ” ความสุขช่วงปีใหม่ด้วยการแบ่งปัน



“ยกระดับ” ความสุขช่วงปีใหม่ด้วยการแบ่งปัน

เคยนึกสนุกกันบ้างไหมว่า…ในวันปีใหม่เราจะนำของขวัญไปวางไว้หน้าบ้านใครสักคนที่เราไม่รู้จัก “วางของขวัญไว้หน้าบ้านใครสักคน” วิธีนี้เป็นเคล็ดลับการสร้างความสุขอย่างหนึ่งจากหนังสือ The Little Book of Lykke เขียนโดย Meik Wiking ซึ่งเป็นผู้อำนวยการสถาบันวิจัยความสุขในโคเปนเฮเกน

Lykke “ลุกกะ” เป็นภาษาเดนมาร์ก แปลว่า “ความสุข” และประเทศเดนมาร์กสามารถครองแชมป์ประเทศที่มีความสุขที่สุดของโลกหลายปีซ้อน แล้วทำไมชาวเดนมาร์กจึงถูกจัดว่ามีความสุขที่สุดในโลกนะหรือ ก็ด้วยเหตุผลที่ว่าประเทศนี้เขามีสวัสดิการจากรัฐไว้ดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนทุกคนแม้กระทั่งคนยากไร้ให้อยู่ดีมีสุขอย่างที่สุดไงล่ะ

มองตามความเป็นจริงแม้ประเทศไทยจะยังห่างไกลจากการจัดอันดับความสุขระดับโลกอยู่หลายขุม แต่เราก็ยังสามารถสร้างความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในแบบเราได้ โดยเฉพาะคุณสมบัติโดดเด่นในเรื่องของน้ำใจของคนไทย ที่ไม่เคยเป็นรองใคร

“น้ำใจ” เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า การให้ในรูปแบบที่ไม่หวังผล การแบ่งปันน้ำใจทำได้ง่ายมาก ไม่ซับซ้อน และสร้างความสุขให้โลกน่าอยู่ได้อย่างน่าอัศจรรย์

ปีใหม่นี้มูลนิธิกระจกเงาขอเป็นตัวแทนในการ “นำของขวัญไปวางไว้หน้าบ้านใครสักคนที่คุณไม่รู้จัก” และสำคัญไปกว่านั้น ใครคนนั้นอาจเป็นเด็กๆ ที่ไม่เคยมีของเล่นเป็นของตัวเองเลยในชีวิต เมื่อนั้นความสนุกจากการนึกคิดจะกลายเป็นความสุขของผู้รับในโลกความจริง และกลายเป็นความสุขใจย้อนกลับแบบยกกำลังสองถึงผู้ให้ในทันที …แค่คิดจะให้ ก็ได้รับ

ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้เราเปิดรับน้ำใจจากการแบ่งปันในทุกรูปแบบ การบริจาคของขวัญ ของเล่นสำหรับเด็กทุกวัย ข้าวของเครื่องใช้ทั้งมือหนึ่งหรือมือสองที่คุณแบ่งปันให้มา จะถูกส่งต่อถึงมือผู้รับที่ต้องการ

ส่งท้ายปีเก่าเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการ “แบ่งปันข้ามปี” เพื่อเติมเต็มหัวใจให้คนที่ขาด น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งในการสร้างความสุขหรือความแช่มชื่นเล็กๆ ในใจได้ เราจึงชวนให้คุณๆ ส่ง ส.ค.ส. ด้วยสิ่งของต่างๆ ที่จะถูกแปลงเป็นของขวัญทรงคุณค่าสำหรับบางคน …เพราะการให้คือการได้รับอย่างไม่รู้จบ
…เพราะความสุขเป็นจริงได้เมื่อเราแบ่งปัน.

Share Button

เมื่อ “ความจน” ไม่ใช่เรื่องธรรมดา

เมื่อ “ความจน” ไม่ใช่เรื่องธรรมดา
เพราะเมื่อความยากจน ไม่ใช่เรื่องธรรมดา แต่มักถูกทำให้กลายเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป
ความพยายาม ต่อสู้ ดิ้นรน ขยันและมองหาโอกาสให้กับตัวเอง จึงเป็นคุณสมบัติของคนจน

“ต้องสู้” คือหลักใหญ่ใจความที่ต้องยึดถือไว้ตลอดชีวิต
แต่..ไม่รู้ว่าต้องสู้อีกสักเท่าไหร่ ถึงจะชีวิตสุขสบายกับเขาบ้าง
และเมื่อ “ความหวัง” คือที่พึ่งสุดท้าย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับการสู้รบกับความยากจนข้นแค้น
ไม่มีสิ่งใดให้ต้องกังวล..เพราะความจนตรงหน้ามันท้าทายเหลือทน

“เราจะอยู่เคียงข้างกัน” ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นจากปากเจ้าหน้าที่โครงการอาสามาเยี่ยม
ชายผู้พิการกล้ามเนื้อเคยอ่อนเรี่ยวแรง กลับมามีแรงฮึดสู้..เพื่อตนเองอีกครั้ง
หลังจากนั้นเขาเริ่มนั่ง หัดเดิน และเดิน เพื่อให้สองเท้าก้าวไปข้างหน้าแม้ในความจริง ชีวิตยังไม่ดีขึ้นอย่างหวัง

ในเมื่อความเหลื่อมล้ำ จน รวย นับวันดูจะยิ่งถ่างระยะห่างออกเรื่อยๆ
และโชคชะตาก็ไม่เคยเข้าข้างคนจนจริงๆจังๆสักครั้ง ..มีเพียงความหวังลมๆแล้งๆพัดผ่าน
ชีวิตนับวันยิ่งแห้งผาก สิ้นหวังราวกับทะเลทรายกว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตา

เขา..ใช้สองมือถักทอหญ้าคาเป็นหลังคาคุ้มแดดกันฝนให้กับเห็ดนางฟ้าภูฐาน
เขา..ก่อสร้างโรงเรือนขนาดย่อมด้วยไม้ยูคา ซึ่งหาตัดได้ในป่าละเมาะรอบๆบ้าน
เขา..จัดเรียงถุงเห็ดด้วยสองมือ และสองขากระโผกกระเผก
เขา..รดน้ำ ดูแล ทะนุถนอมมันดั่งลูก คอยเฝ้ามองการเจริญเติบโตในทุกวัน
เขา..เรียนรู้การทำปุ๋ย และน้ำหมักธรรมชาติเพื่อช่วยให้เห็ดออกดอกออกผลและแข็งแรง
เขา..นำเห็ดออกเร่ขายในหมู่บ้าน เห็ดของเขาอร่อยหนานุ่มกว่าที่อื่น
จนมีลูกค้าประจำที่ติดใจในรสมือ อันผสมผสานระหว่างเทคนิคและความใส่ใจ

เขา..มีรายได้ต่อวันหลายร้อยบาท มันช่วยทำให้ความหวังอันเป็นที่พึ่งสุดท้ายชัดเจนขึ้น
เขา..ว่ารายได้จากการขายเห็ดจะเก็บเอาไว้เพื่อต่อยอด จากเห็ด 600ก้อน จะเป็นอีก 4,000 ก้อนในอนาคต
เขา..ฝัน หากมีวันนั้น เห็ด 4,000 ก้อนจะดูแลทุกคนในบ้านได้สบาย เขามั่นใจ
“ผมจะช่วยทำหลังคาโรงเรือนให้ป้านันฟรี!!”
“แม้ว่าชีวิตผมอาจยังไม่ดีขึ้น แต่ผมก็เริ่มห่างจากความยากจนทีละน้อยแล้ว”
“ขนาดที่บ้านผมมีกันตั้งหกคน ยังเหนื่อยขนาดนี้ แล้วป้านันตัวคนเดียวคงลำบากมาก” ชายหนุ่มประกาศกร้าวดวงตาเป็นประกาย

“เขาว่า..มีแต่คนจนเท่านั้นที่จะเข้าใจกัน…”

Share Button

ยามเมื่อชีวิตใกล้ฝั่ง…

ยามเมื่อชีวิตใกล้ฝั่ง…

ใกล้ปีใหม่ใครบางคนรอพบเจอลูกหลาน เพื่ออยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาเป็นครอบครัวอีกครั้ง
คุณตาคุณยาย อีกหลายคนเลิกคิดเช่นนั้น.. พวกเขาใช้ชีวิตแต่ละวันเพียงลำพังโดยไม่หวังพบเจอใครอีก
มีแต่นับวันรอความตาย..ว่าเมื่อไหร่จะเรียกตัวให้เข้าไปพบเสียที

หลังจบกิจกรรมนันทนาการต่างๆ บรรยากาศภายในบ้านพักคนชรา บางเขน กลับสู่ความเงียบงัน
ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ล้วนเป็นผู้สูงอายุ ไร้ลูกหลานดูแลและขาดที่พึ่งพิงทางกายและใจ
เชื่อว่า..ไม่มีใครในที่นี้คิดว่า ที่นี่คือสถานที่พักพิกสุดท้ายของชีวิต
ไม่มีใครอยากอยู่สถานสงเคราะห์ หรือที่ที่ไม่ใช่บ้านเกิดเรือนตายของตัวเอง

ในสังคมผู้สูงอายุ ความภาคภูมิใจเดียวคือการได้มีใครสักคนดูแล และหากเป็นลูกหลานก็คงนอนตายตาหลับ
ภายใต้เงื่อนไขทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเพียงพริบตาเดียว
ค่านิยม ความเชื่อ ความชอบและวิถีชีวิตถูกปรับเปลี่ยนไปหน้ามือเป็นหลังมือ
ความชราถูกทำเหมือนว่าไม่มีพื้นที่และตัวตนในสังคมยุคนี้
ความแก่ เป็นเรื่องโบร่ำโบราณ น่ารำคาญและไม่ฟังชั่นกับไลฟ์สไตล์ในโลกโซเซี่ยล

การส่งดอกไม้สวัสดีในทุกวันกลายเป็นเรื่องราวน่าขบขัน
การสื่อสารที่แท้จริงถูกเหมารวมไว้เพียงแค่หน้าจอโทรศัพท์
ชีวิตอันเรียบง่าย สงบงาม ปรากฏเพียงในโลกสมมติสวยงาม
หลังหน้าจอมือถือ .. เราละทิ้งแม้กระทั่งตัวเราเองในชีวิตจริง
วันสำคัญ สงกรานต์ เข้าพรรษา ปีใหม่ เหลือเพียงแต่พิธีกรรมและคนชราช่วยกันสืบทอด

บางครอบครัวหลงลืมว่ามีพ่อแม่ที่แก่เฒ่า แม้ไม่ได้หวังให้ตอบแทนบุญคุณ
แต่ในส่วนลึกของหัวใจ ขอเพียงเศษเสี้ยวของเวลาและความห่วงใยที่มีให้กัน
ในฐานะของคนเป็นพ่อเป็นแม่ .. ไม่มีอะไรให้กังขา นอกเสียจากความรัก

ในยามที่ชีวิตว่ายเวียน จนใกล้จะถึงฝั่ง..
บางความน้อยใจได้รับคำตอบด้วยความเฉยชา
สองขาที่เคยสั่นเทากลับมีเรี่ยวแรง..ไม่ขออยู่เพื่อเป็นภาระ
บ้านพักคนชรา คือคำตอบสุดท้ายของชีวิต..ที่ที่จะไม่คิดถึงเรื่องราวความหลังและลูกหลาน
เสียงเพลง เพื่อนคุย และคนแปลกหน้า เพียงพอสำหรับการมีชีวิตอยู่ให้ผ่านไปวันๆ
ใครก็ได้ที่จะเข้ามาเติมเต็มทุกวินาทีของที่นี่ ให้ความเหงากลายเป็นความหวังของชีวิตที่เหลือ
…โครงการอาสามาเยี่ยม…

Share Button

“ผู้ช่วยของชีวิต” ในนามของ ฟืน ถ่าน และไฟ

 

“ผู้ช่วยของชีวิต” ในนามของ ฟืน ถ่าน และไฟ

ผืนดินอันเป็นที่ตั้งของบ้านปูนชั้นเดียวหลังน้อย เรือนไม้ผุพังหลังเก่า และโรงเพาะเห็ด
ผืนดินมรดกตกทอดที่ยายทวดมอบให้กับหลานสาวคนเดียวที่ยายทวดหวังฝากชีวิตที่เหลือไว้กับเธอ

ผืนดินที่ร้อนระอุทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์
ยายทวดวัยแปดสิบสี่ พยายามแบ่งเบาหลานสาวทุกทางเท่าที่พอจะทำได้
หญิงชราช่วยเลี้ยงหลานๆ ชายหญิงอย่างเต็มใจ ซ้ำเธอยังช่วยเผาถ่าน มันคือหนทางทำมาหากินที่ใช้ต้นทุนต่ำที่สุด
เศษไม้กระถินก้านเล็กก้านน้อย ถูกนำมาบั่นทอนให้เป็นท่อนเท่าๆกัน ยายทวดทำมันด้วยสองมือที่ยังแข็งแกร่ง

“ฉันทำได้แค่นี้” ยายทวดบอกพลางมองไปที่เนินดินตรงหน้า
ควันสีเทาพวยพุ่ง คละคลุ้งไปทั่วบริเวณหน้าบ้าน อุตสาหกรรมเผาถ่านฉบับครัวเรือนเร่งผลผลิตเช้าค่ำ
ถ่านบรรจุหนึ่งกระสอบ 25 กิโลกรัม ราคา 200 กว่าบาท ถือเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดของหกชีวิตผู้ใหญ่และเด็ก

หลานเขยมีหน้าที่ออกไปหาไม้ฟืน เขาหมดตัวจากการถูกเพื่อนโกง หมดแรง หมดเงินทุนสร้างชีวิตใหม่
ออกหาไม้ฟืน ในพื้นที่รกร้างไร้เจ้าของ ป่ารกฎัก ที่อยู่ของงูสารพัดพิษ แม้ว่าจะเสี่ยงแค่ไหน ก็ต้องทำ!!
ในที่ที่มีฟืนไม้ฟรีๆ สำหรับเผาถ่าน เป็นพื้นที่อันตรายที่ไม่มีใครกล้าเยื้องย่างเข้าไป
เขาถูกงูพิษกัดถึง 7 ครั้ง แต่เดชะบุญ เขารอดจากการตายในทุกครั้ง..
ไม่รู้ด้วยบุญพาวาสนาส่งหรืออย่างไร ทั้งๆที่ไม่ได้รักษาตัวในโรงพยาบาล และเป็นเพียงการรักษาตามอาการที่บ้าน
แต่เขาก็รอดมาได้อย่างหวุดหวิด .. รอดชีวิตเพื่อหาอยู่หากินต่อไป ..ดั่งสวรรค์มอบพรข้อสุดท้ายให้

ง่ายดาย..หลังหมดพรจากสวรค์เขาล้มลง ปลายกระดูกสันหลังแตกจนเดินไม่ได้และกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงในที่สุด
ยายทวดและภรรยาที่กำลังท้องใกล้คลอดจึงทำหน้าที่ทุกอย่างเพื่อหาเลี้ยงทุกปากท้องในบ้านแทน

บนแผ่นดินมรดกผืนน้อยๆที่ยายทวดเก็บเอาไว้ให้หลานๆ สร้างคุณูปการใหญ่หลวงให้กับชีวิตที่ไม่มีทางเลือก
เนินดินร้อนระอุ บรรจุเศษไม้กระถินไว้เต็มเปี่ยม สองแรงช่วยกันแข็งขันสุมฟืน จุดไฟ รอเวลา
เมื่อฟืนกลายเป็นถ่าน มันจะมีค่าเท่ากับข้าวปลาอาหารและความหวังในวันถัดไป

ผืนดินอันแตกระแหง นอกจากให้กำเนิดต้นพริก ขิง ข่า ตระไคร้ และมะละกอ
มันมอบความอบอุ่น ให้แก่หัวใจอันแห้งผากของคนยากไร้ หมดหนทางต่อสู้

ในนามของฟืน ถ่านและไฟ มันไม่เคยต้องการสิ่งใดตอบแทน
เมื่อไม้กลายเป็นถ่านไฟลุกโชน เปรียบเสมือนน้ำทิพย์หล่อเลี้ยงชโลมหัวใจคนยากคนจน

Share Button

ผู้เห็นความตาย ทั้งต่อหน้าและลับหลัง


ผู้เห็นความตาย ทั้งต่อหน้าและลับหลัง

บ่อยครั้งที่ได้รับรู้ว่าเด็กป่วยที่เคยเล่นสนุกด้วยกัน เสียชีวิตแบบกระทันหันในชั่วโมงถัดไป
เมื่อแรก ความเศร้าจู่โจมจนคิดถึงการทำงานต่อแทบไม่ไหว.. เพราะเจ้าหน้าที่ทุกคนก็มีหัวใจ
การทำงานกับเด็กป่วยในโรงพยาบาลจำเป็นต้องใช้ความเข้มแข็งในการทำความเข้าใจ
กับการอยู่และการจากไปของคนที่เรารู้จัก คุ้นเคย เหมือนเพื่อนในชีวิต..

ในพื้นที่การทำงานของโครงการโรงพยาบาลมีสุข ..ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงเรื่องราวภายในของเด็กป่วย
ที่หวังเพียงเพื่อบรรเทาและลดความทุกข์อันเกิดจากความเจ็บปวดทรมานจากโรคภัยและการรักษาเท่านั้น
การรับฟังปัญหาความหนักอกทุกข์ใจของพ่อแม่ หรือผู้ดูแลเด็กป่วยคืออีกภารกิจที่สำคัญของโครงการ

การลดความทุกข์ นา นา ลงได้จะช่วยเพิ่มความสุขให้เกิดขึ้นได้จริง
ตลอดการทำงานที่ผ่านมากว่าสิบปีของโครงการฯ เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครรู้ดีว่า พวกเขาต้องพบเจอกับสิ่งใดบ้าง
ในทุกการต่อสู้..สุดท้ายปลายทางของเด็กป่วยคือการจบชีวิตลงอย่างสงบ ด้วยโรคร้ายเกินต้านทาน
แต่หากอาการทุเลาเบาบาง..จะมีโอกาสได้กลับบ้าน ไปโรงเรียน เล่น และใช้ชีวิตเฉกเช่นเด็กธรรมดา

ทุกครั้งของการจากลา มีน้ำตาเสมอ .. การทำความเข้าใจในสัจธรรมช่วยทำให้คนทำงานแข็งแกร่งขึ้น
เราไม่อยากให้ความรู้สึกโศกเศร้ามาบั่นทอน หรือลดชั่วโมงเพิ่มความสุขให้กับเด็กป่วยทุกคน
ถึงแม้ว่ามนุษย์ทุกคนต้องหมุนวนในวัฏจักรแห่งการเกิด แก่ เจ็บและตาย เป็นเรื่องธรรมดา
แต่การเกิดมาพร้อมกับโรค ทำให้เด็กป่วยบางคนไม่มีโอกาสได้เติบโต
เพื่อแก่เฒ่าไปตามวัยและตายเมื่อถึงเวลาอันสมควร

ไม่ใช่แค่เพียงเจ้าหน้าที่ แต่อาสาสมัครของโครงการต้องเปิดพื้นที่ของชีวิต
เพื่อเรียนรู้เรื่องราวภายในของตนเองหลังความตายที่ดูง่ายดายของเด็กๆที่รู้จักมักคุ้นทุกๆคน

ภายในห้องเล็กๆที่บรรจุเสียงหัวเราะเอาไว้ ท่ามกลางสายน้ำเกลือระโยงระยาง
หากทำเป็นมองไม่เห็นเข็มฉีดยาที่ข้อมือข้างขวาของเด็กป่วย..
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็คือเด็กที่ควรได้รับสิทธิมีชีวิต หัวเราะ ยิ้ม เช่นเด็กทั่วไป
ถึงแม้ว่าจะเติบโตอยู่บนเตียง และมีชีวิตวนๆเวียนๆอยู่กับหมอ พยาบาล และยา

Share Button

เมื่อลมแห่งความหวังพัดผ่าน..ต้นกล้าจะเติบโต

เมื่อลมแห่งความหวังพัดผ่าน..ต้นกล้าจะเติบโต

หากเราฝันถึงชีวิตที่สมบูรณ์แบบ คู่สามี ภรรรยากำลังนั่งเล่นพักผ่อนอยู่ในสนามหญ้าหน้าบ้าน
ลูกๆ ชาย หญิงกำลังวิ่งหยอกล้อกับหมาขนฟู ดูสนุกสนาน
บ้านหลังขนาดย่อม และรถเก๋งสักคัน สำหรับพาทุกคนในครอบครัวท่องเที่ยวไปด้วยกันในวันหยุดสุดสัปดาห์
ชีวิตดั่งละครตอนหัวค่ำ ชวนฝัน และหอมหวาน คงไม่มีใครปฏิเสธหากสวรรค์จะมอบคุณภาพชีวิตดีๆเช่นนี้ให้

ลูกสาวคนโตของครอบครัว สาวน้อยวัยห้าขวบเศษ หยิบไม้ตีกลองอันเล็กๆขึ้นมาพิจารณา
แบบใกล้ตาในระยะประชิด แล้วรอยยิ้มเล็กๆ ก็ค่อยแย้มออกมาแบบเก็บอาการไว้ไม่อยู่
พลันเอาไม้ตีกลองนั้นค่อยๆเคาะลงบนเครื่องดนตรีของเล่น .. แต่มันกลับไม่เกิดเสียง
เธอขมวดคิ้ว..ก่อนก้มหัวลงเอาดวงตาทั้งคู่ จิ้มลงไปที่ของเล่นตรงหน้า
พร้อมกันนั้นเด็กหญิงเอาไม้ตีกลองอันเล็กเคาะลงบนแผงโลหะ
แล้วเสียงดังตริ๊งงงง…. ก็แว่วดังออกมา พร้อมเสียงหัวเราะชอบใจของเธอ

เธอป่วยด้วยโรคตาขี้เกียจ ( Lazy eye หรือ Amblyopi)
มันทำให้การมองเห็นของเธอยากลำบาก มองเห็นได้เพียงริบหรี่ …จนเกือบมองไม่เห็น

“พ่อ พ่อ มารับหนูหน่อย เดี๋ยวก็ล้มอีกหรอก”.. เด็กน้อยพูดชัดแต่ช้าและเสียงยาน
นั่นเพราะด้วยพัฒนาการที่ยังเติบโตได้ไม่เต็มที่เมื่อเทียบกับวัย เธออยากลุกไปขี่จักรยานที่เพิ่งได้รับบริจาคมา

“อยู่ตรงนั้นก่อน พ่อกำลังจะไป” พ่อที่ขาพิการเกือบลีบตะโกนบอกลูกสาว เขาเดินกระเผกพร้อมอุ้มลูกชายคนกลางวัยสี่ขวบไว้ในเอว วันนี้งอแงเป็นพิเศษเพราะไม่ได้นอนกลางวัน มัวแต่ตื่นเต้นรอพี่ๆทีมงานโครงการอาสามาเยี่ยม ที่สัญญาว่าจะมาในวันนี้ จนคล้อยบ่ายเพิ่งได้เจอหน้ากัน เด็กน้อยก็ฝืนความง่วงไว้ไม่ไหว

ร่างผอมบางของพ่อ นับวันจะแข็งแกร่งขึ้น เมื่อเดินไปถึงตัวลูกสาวคนโต
เขาเอาแขนที่เหลือคว้ามือเล็กๆของลูก แล้วค่อยๆพาเธอไปที่รถจักรยานคันใหม่

จักรยานเด็กสีน้ำเงินมือสองของบริจาคจากใครสักคนหนึ่ง
มันยังสวย ดึงดูดใจ ให้ความรู้สึกตื่นเต้นเหมือนจักรยานคันใหม่
เธอดีดกระดิ่งพร้อมเอาสองตาพิจารณาชิ้นส่วนต่างๆของจักรยานใกล้ๆ
ลูกตาสีดำข้างหนึ่งหลบหายเข้าไปเกือบเต็มดวง อีกข้างเห็นเพียงครึ่ง
จะเห็นชัดหรือไม่ชัด ไม่ใช่ประเด็นสำคัญสำหรับเธอ ..
การมีจักรยานไว้ให้เธอและน้องได้ขี่เล่น
นี่คือเรื่องดีใจที่ทำให้ตาของเด็กน้อยเป็นประกายแวววาวอยู่ทั้งวัน

ส่วนลูกชายถัดมาวัยสามขวบ ดูเงียบขรึม แต่ซ่อนแววตาซุกซน
นั่งอยู่บนตักยายทวดไม่ไปไหน เด็กชายตัวน้อยไม่ยอมพูดยอมจา
ในวัยสามขวบกว่า เขาควรจะพูดได้อย่างน้อยก็เรียกพ่อหรือแม่
การไม่พูดของเด็กชายทำให้แม่ของลูกๆ รู้สึกกังวลใจอยู่ไม่น้อย
ถ้าลูกชายคนนี้มีปัญหาทางสุขภาพเสียอีกคน ใจของคนเป็นแม่คงมีความสุขไม่ได้

วันนี้ลานดินหน้าบ้าน ทำหน้าที่เป็นหลุมเผาถ่าน แผ่นดินร้อนระอุ คละคลุ้งไปด้วยกลุ่มควันพวยพุ้ง
ถ่านหนึ่งกระสอบ ขายได้ราคาสองร้อยกว่าบาท เก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายภายในบ้าน
กับข้าวเย็นนี้เป็นเห็ดชุบแป้งทอด ยิ่งเอร็ดอร่อยเมื่อได้น้ำจิ้มสูตรเด็ดของแม่

ครอบครัวนี้ได้รับบริจาคเป็นตู้เย็นมือสอง ข้าวสาร ปลากระป๋อง ของแห้ง นม ขนม เสื้อผ้า หมอน ผ้าห่ม
และที่สำคัญ ของใช้สำหรับเด็กเล็ก ซึ่งถือเป็นของบริจาคที่ล้ำค่าสำหรับเด็กแรกเกิด
ลูกสาวคนสุดท้องที่เพิ่งเกิดมาได้เพียงสองอาทิตย์ โชคดีที่แม่มีนมอุ่นๆจากอกไว้ให้ลูกสาวดูดกินได้ทุกเมื่อ
และเหมือนเด็กน้อยรู้ถึงสถานการณ์ในบ้านเป็นอย่างดี เธอจึงเป็นเด็กเลี้ยงง่าย ร้องเมื่อหิว พออิ่มก็นอนหลับ

และแม้ว่าตู้เย็นจะมีเพียงแค่ขวดน้ำเปล่าแช่ไว้ เพราะบ้านนี้ไม่เคยมีอาหารเหลือพอเก็บค้างคืนในแต่ละวัน
แต่การมีน้ำเย็นๆไว้ดื่มกินก็ดีเหลือเกิน มันช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักหน้าเตาไฟร้อนๆ
และเด็กๆก็มักจะเลิกงอแงเมื่อได้จิบน้ำเย็นจากตู้เย็นใบนี้

เมื่อมีเวลาทุกคนในบ้านจะช่วยกันนำเห็ดนางฟ้าภูฏานไปขายเป็นรายได้เสริม
ความฝันที่รอวันเป็นจริง ..หากว่ามีเงินเก็บสักก้อน
สิ่งแรกที่จะทำคือพาเด็กๆไปหาหมอที่โรงพยาบาลในตัวจังหวัดสักครั้ง..

แม้ว่าบ้านหลังนี้จะผุๆพังๆ แต่มันก็พอกรองแดด บังฝนได้
แม้ว่าลูกสองคนจะไม่เหมือนกันเด็กคนอื่นๆ แต่ก็จะพยายามรักษาให้หายในสักวัน
แม้ดูเหมือนว่าทุกคนจะป่วยไข้และไม่สบาย แต่ความสุขของการทุกข์ร่วมกันก็พอบรรเทาความรันทดใจได้อยู่บ้าง
แม้ว่าจะมีหลักประกันสุขภาพ บัตรทอง สามสิบบาท แต่ค่ารถก็แพงเหลือเกินด้วยบ้านเราอยู่ไกลปืนเที่ยง..

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ…สิ่งละอันพันละน้อย..ของบริจาคจากคนแปลกหน้า ช่วยให้ช่องว่างระหว่างคนลดลงได้ ..
เหลือเพียง…รอ..ความจนและความรวยค่อยๆเชื่อมเข้าหากัน…

Share Button

ในจักรวาลของเด็กป่วย..

 

ในจักรวาลของเด็กป่วย..
สายมากแล้ว .. เด็กสาวในวัยสิบสี่ปีเต็มไม่ตื่นลืมตาเหมือนกับทุกเช้า..
เธอเสียชีวิตหลังจากฉลองวันเกิดได้เพียงวันเดียว
เมื่อวานพี่ๆเจ้าหน้าที่โครงการโรงพยาบาลมีสุข เพิ่งนำเค้กก้อนน้อยๆมามอบให้ถึงเตียง เรายังยิ้มหัวเราะให้กัน
พวกพี่ๆเลือกสรร ขนมที่หวานน้อยที่สุด แต่อร่อยที่สุด
อย่างน้อยก็อร่อยกว่าอาหารที่ต้องกินเป็นประจำในโรงพยาบาล
รอยยิ้มยังไม่ทันจางหาย ความทรงจำกว่าห้าปีที่เคยเล่นสนุกด้วยกัน ยังหมุนวนท่ามกลางความเศร้าระคนสุข

บางทีการจากไปของเธอ..คงทำให้เด็กสาวรู้สึกสบายทั้งกายและใจ
การมีชีวิตโดยมีโรคภัยไข้เจ็บเป็นเพื่อนสนิทไม่เคยทำให้คนเรายิ้มได้อย่างเต็มที่สักครั้ง
โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ทำลายความฝันทั้งหมดในชีวิตของเด็กที่ป่วยไข้
ต่อให้มีเรี่ยวแรงแค่ไหน ก็ไม่อาจต่อสู้กับไวรัสตัวเล็กๆที่แพร่กระจายไปทั่วสรรพางค์กายได้

การมีชีวิตอยู่ จึงทำได้แค่เพียงประคับประคองลมหายใจเข้าออกเพื่อใครสักคนหนึ่ง พ่อ แม่ พี่น้อง ปู่ ย่า ตายาย
การตายก็เช่นกัน เด็กป่วยทุกคนจากไปด้วยหัวใจเข้มแข็ง เธอรู้ดีกว่าต้องมีวันหนึ่งวันใด อันใกล้นี้
ที่จะไม่ได้ตื่นลืมตามาพบเจอกับทุกคนอีก อย่างดีที่สุด เธอทำได้เพียงปฏิบัติตัวตามหมอสั่ง
กินยา ฉีดยา นอนพัก กินข้าว คีโม และพยายามทำจิตใจให้ร่าเริงเพื่อเตือนให้ร่างกายหายดี..สักที

ในจักรวาลของเด็กป่วย ประกอบด้วยความสุขนับเป็นเปอร์เซ็นก็แทบติดลบ
ยารสขม หลากสี ไม่เคยทำให้วันไหนนึกสนุกหัวใจพองโต
เข็มฉีดยาตัวร้าย เฝ้าแต่ทิ่มแทงเส้นเลือดเล็กๆบางๆ มันฝังรากของความเจ็บปวดไว้ลึกไม่เคยลืม
การต้องนอนพัก ทั้งๆที่สมองยังอยากทำอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย
ในห้องสันทนาการวันนี้พี่ๆอาสามาเล่นด้วย แต่การฤทธิ์คีโมมันปั่นป่วนจนชวนให้หมดแรง
ข้าวทุกเม็ด น้ำแกงจืดซืด นา นาอาหารในถาดหลุม .. มันไร้รสชาติหวาน เปรี้ยว เค็ม เผ็ด

หากดวงอาทิตย์ขึ้น และแสงแดดแอบส่องมาถึงเตียงบ้าง
วันที่เคยซึมเซาก็เหมือนกระปรี้กระเปร่าขึ้น
วันไหนที่ไปไม่ถึงห้องเล่น.. หากโชคดี พี่ๆอาสาเดินมาหาถึงเตียง
วันนั้น ความเจ็บปวดทั้งกายและใจ ลดน้อยลงอย่างน่าอัศจรรย์

เมื่อร่างกายน้อยๆของเด็กตัวเล็กๆ กำลังต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ
หากความเจ็บป่วย มีตัวตน เพื่อนเล่น คือศัตรูตัวร้าย .. ที่ทำลายโรคได้ ..แม้เพียงชั่วขณะ
ท่ามกลางจักรวาลของความป่วยไข้.. มีเพียงมนุษย์เท่านั้น ที่จะเข้าใจความรู้สึกทุกข์สุขของกันและกัน

Share Button