วาดฝัน – กิจกรรมดูแลผู้ป่วยเด็กที่เป็นลูคีเมีย โดยอาสาสมัครเยาวชน

ฉันมีความมุ่งมั่น
และฉันหวัง
ที่แต่ละชั่วขณะ
จะสวยงามราวกับเป็นดินสอสี
และฉันหวัง
ว่าจะสามารถวาดมันลงกระดาษเปล่าอันล้ำค่า
ด้วยอิสระที่เซ่อซ่า
ด้วยดวงตา
ที่ไม่ต้องร้องไห้อีกต่อไป

           กู่ เฉิง (Gu Cheng) เขียนกลอนบทนี้ด้วยปากกาที่คนสามารถวาดภาพอรุณยามเช้า วาดรอยยิ้ม และวาดความหวังของเขาหรือเธอก็ได้ วันนี้อาสาสมัคร 5 คนจาก Chu Kochen Honors College ไปโรงพยาบาลเด็กในมณฑลเจ้อเจียง (Zhejiang) และได้นำแปรงสีพร้อมกับกระดาษให้เด็กวาดความปรารถนาของตัวเอง

บนชั้น5 และชั้น6 ของโรงพยาบาลเด็ก มีเด็กจำนวนมากที่อายุน้อยกว่า 10 ขวบอาศัยอยู่ และต้องเผชิญต่อสู้กับความเจ็บปวดจากความทรมานของโรคลูคีเมีย ถึงแม้ว่าความก้าวหน้าทางการแพทย์สามารถรักษาให้เด็กจำนวนมากจนสามารถกลับบ้านได้ในเวลา 2-3 ปี แต่กลับขาดแคลนเกมและอาหารอร่อย ๆ อย่างที่เด็กข้างนอกมีกัน พวกเขาไม่สามารถเล่นสนุกกับเพื่อนๆได้ ตามทางเดินอาคารที่มีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อของโรงพยาบาล เมื่อมองออกนอกหน้าต่าง ก็ไม่เห็นอะไรนอกจากกำแพงสีหม่น นับวัน นับปี จนกระทั่งเด็กๆก็เริ่มชินกับชีวิตแบบนี้ไป

ดังนั้นอาสาสมัครเยาวชนได้เข้ามาจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องดูแลผู้ป่วยลูคีเมียเด็ก อย่างเช่นการพูดคุย การอยู่เล่นกับเด็กๆ รวมถึงการจัดการแสดงเล็กๆให้กับน้องๆ ทำกิจกรรมโดยที่จะสอนวาดรูประบายสี,พับกระดาษ,ปั้นดินน้ำมัน และดนตรี โดยให้ความสำคัญในการสื่อสารกับเด็กเท่าๆกับการถามความต้องการของเด็กว่าอยากจะวาดอะไร มีกรณีที่เด็กคนหนึ่งมีปัญหาเพราะมือของเขามีเข็มฉีดยาฝังอยู่ บอกกับพี่ๆว่าอยากจะวาดรูปอาหารที่เขาอยากกิน อย่างเช่นโค้ก, ไอศครีม, ลูกอมลอลลี่ป๊อบ แม้จะเป็นงานที่ต้องใช้เวลา แต่ทีมอาสาเราได้ช่วยให้น้องๆร่างโครงและระบายสีจนได้ผลงานที่น่าพอใจ

2file.php นอกจากนี้ยังมีเด็กอีกคนหนึ่ง เขาอยากจะวาดทะเล เรือท่องมหาสมุทร ฝูงปลาโลมา และคลื่นทะเลกระทบหอประภาคาร บ้างถ้าหากไม่มีโรคลูคีเมีย เขาอาจจะสามารถไปที่ชายหาด ขี่เรือท่องทะเลตรงไปหาหอประภาคารที่ฝันถึง ที่แม้ในตอนนี้เป็นเพียงรูปวาดใบหนึ่งหลังจากจบกิจกรรม ในช่วงเวลาเดินทางกลับ มีเด็กคนหนึ่งดึงตัวอาสาสมัครเอาไว้ และบอกกับเธอว่าเขาไม่อยากกลับไปที่วอร์ด เหล่าอาสาต้องช่วยกันปลอบเขา เมื่อถึงเวลาต้องจากกัน พวกเราก็ได้ให้คำสัญญาว่าจะต้องได้กลับมาเจอกับน้องๆอีก กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมทางการอันแรกของโครงการห้องเรียนในโรงพยาบาล (Hospital Classroom) และต่อจากนี้จะมีกิจกรรมที่นำความรู้และความสุขมาให้กับเด็กๆ ซึ่งบางทีก็ไม่ใช่ทุกคนที่เกิดมาโชคดี แต่เราก็หวังว่าอย่างน้อยเด็กๆจะมีโอกาสได้วาดฝันของพวกเขา

file.php

 จากกิจกรรมศิลปะของเยาวชนอาสาสมัคร จัดให้แก่ผู้ป่วยเด็กโรคลูคีเมีย ส่งผลอย่างมากต่อภาวะจิตใจของเด็กป่วย ทำให้เด็กป่วยได้ทำกิจวัตรประจำวันที่แตกต่างออกไป ได้ทำ ได้วาด ได้ฝัน ได้จินตนการ เท่าที่ตนเองสามารถทำได้ ผ่านศิลปะ ซึ่ง “อาสาสมัคร” มีความสำคัญอย่างมากในการขับเคลื่อน “ความสุข” สู่ผู้ป่วยเด็กโรคลูคีเมีย ที่มีความชินชากับบรรยากาศในพื้นที่โรงพยาบาล จนแทบจะจำไม่ได้ว่าเคยวาดฝันอะไรไว้บ้างก่อนที่จะเข้ามานอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนานนับปีเช่นนี้

 ด้วยเด็กป่วยต้องอยู่ในความควบคุมดูแลของแพทย์พยาบาลและเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ในสถานพยาบาล ถูกจำกัดด้วยข้อห้ามต่าง ๆ เช่น การถูกจำกัดเรื่องอาหารการกิน พื้นที่ การไม่ได้ไปโรงเรียน เพื่อให้การรักษาดีขึ้น ย่อมมีผลต่อจิตใจของเด็กมากบ้าง น้อยบ้าง ต่างกันออกไป

การเข้ามาสนับสนุนการทำงานของ รพ.ด้วย “อาสาสมัคร” ช่วยทำให้ลดความตึงเครียดลงในสภาพแวดล้อมของโรงพยาบาล เป็นข้อเท็จจริงที่ทำให้เชื่อได้ว่าสภาพการดำเนินงานภายในปัจจุบันนี้ เป็นภาระของการทำงานที่ต้องมุ่งรักษาทางกายเป็นหลัก การดูแลรักษาด้านจิตใจของเด็กป่วยจึงถูกลดความสำคัญลง

ดังนั้น “อาสาสมัคร” จึงเป็นสภาพแวดล้อมใหม่ให้แก่คนในพื้นที่โรงพยาบาล สภาพแวดล้อมใหม่นี่เองจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวของกลไกความสุข ให้เกิดขึ้น ดังเช่นบทกลอนที่กู่ เฉิง (Gu Cheng) ได้เขียนปิดท้ายการทำกิจกรรมอาสาสมัครของเขาและเพื่อนเยาวชนไว้ว่า

IMG-7224

ฉันอยากที่จะดับไฟของความเจ็บปวด
ฉันอยากจะวาดหน้าต่าง
ปกปิดผืนแผ่นดิน
และทำให้ดวงตาในความมืดเหล่านั้น
มีแสงอาศัยอยู่
ฉันอยากที่จะวาดภูเขาให้สูงขึ้นและสูงขึ้นอีก
เพื่อที่จะวาดความปรารถนาให้กับชนชาติตะวันออกนี้
เพื่อที่จะวาดท้องทะเล
ที่ซึ่งเสียงของความยินดีก้องไปอย่างไร้ขอบเขต

#อาสาสมัคร #เพิ่มสุขลดทุกข์ #เด็กป่วย #โรงพยาบาล

แปล : แสงเพชร งามพฤกษ์วานิชย์
เรียบเรียง : กรวิกา ก้อนแก้ว
ที่มา : http://ckc.zju.edu.cn/english/redir.php?catalog_id=395&object_id=67589

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *