การป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ของ

รัฐบาลไทย

 

 

 

 

 

 

 

 

   แนวนโยบายและกิจกรรม ด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของรัฐบาลไทย จึงเป็นแนวนโยบายเพื่อออกมาตอบโต้หรืออุดช่องว่างจากรายงานของรัฐบาลสหรัฐอเมริกามากกว่าสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมดในประเทศ   ดังจะเห็นได้จากการ ตั้งอนุกรรมการบางอนุ ซึ่งมีการประชุมเพียงไม่กี่ครั้ง และไม่มีรูปธรรมของการแก้ไขปัญหา   หรือกิจกรรมในเชิงป้องกันบางกิจกรรมที่ไม่สอดคล้องหรือเข้าไม่ถึงกลุ่มเป้าหมาย  ทิศทางหรือหลักสูตรในการทำงานเชิงป้องกันของแต่ละพื้นที่ ไม่เป็นหลักสูตรแบบแผนเดียวกัน  การทำงานให้ความรู้เชิงป้องกัน จึงไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร    นอกจากนี้การสร้างความตระหนักรู้แก่สังคมในวงกว้าง หรือในระดับสาธารณะยังยึดติดอยู่ในรูปแบบเดิมๆ และขาดการประสานในการทำงานเชิงป้องกันระหว่างหน่วยงานเอกชนและหน่วยงานส่วนท้องถิ่นในพื้นที่

 

   ปัญหาเรื่องการคัดแยกผู้เสียหายจากการถูกค้ามนุษย์ โดยเฉพาะการบังคับเด็กให้ขอทาน ยังคงเป็นปัญหาสำคัญ ที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของไทย  ขาดประสิทธิภาพในการคัดแยกผู้เสียหาย มีหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหลายหน่วยให้ความช่วยเหลือเด็กขอทานต่างชาติในพื้นที่ต่างๆ จำนวนมาก ในลักษณะกวาดล้างตามข้างถนน  โดยขาดการสืบสวนขยายผลไปยังผู้อยู่เบื้องหลัง  การกวาดจับลักษณะดังกล่าวมีผลต่อตัวเลขในการช่วยเหลือเด็กในจำนวนที่สูง   แต่การคัดแยกผู้เสียหายกลับขาดล่ามแปลภาษาในการสอบสวน   การคัดแยกผู้เสียหายหลายกรณีมักให้ขอทานผู้ใหญ่ที่พูดภาษาไทยได้เป็นผู้แปลภาษาให้เด็กขอทานฟัง  หรือหากเป็นกรณีเด็กเล็กที่ยังพูดไม่ได้  ก็จะรับฟังความการสอบสวนจากผู้ใหญ่ที่อุ้มเด็กมาฝ่ายเดียว โดยขาดการตรวจพิสูจน์ผลเลือด (DNA) เพื่อยืนยันสถานะความเป็นแม่ลูก   การคัดแยกผู้เสียหายในกรณีขอทาน   จึงมักด่วนสรุปว่าไม่ใช่ผู้เสียหายจากการถูกค้ามนุษย์ และถูกผลักดันออกนอกประเทศทันทีตามข้อหาเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต 

   ปัญหาด้านการบังคับใช้กฎหมายและการให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากการถูกค้ามนุษย์  เป็นปัญหาสำคัญที่ฝังรากลึกอีกประการหนึ่งของการจัดการปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศไทย  มีลักษณะ “บรรยากาศแห่งความกลัว” ระหว่างผู้เสียหายกับหน่วยงานภาครัฐ   หน่วยงานเอกชนกับหน่วยงานภาครัฐ  แม้กระทั่งหน่วยงานภาครัฐกับหน่วยงานภาครัฐด้วยกันเอง   ผู้เสียหายจำนวนมากไม่กล้าเข้าไปขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะหน่วยงานตำรวจ ด้วยเพราะเกรงว่าตำรวจอาจเข้าข้างหรือมีผลประโยชน์กับผู้กระทำความผิด  ในขณะที่หน่วยงานเอกชนส่วนใหญ่จำเป็นที่จะต้องสืบสวนหาข่าวกันเองจนแน่ชัดว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แล้วจึงค่อยพิจารณาคัดเลือกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการเข้าดำเนินการร่วมกัน สาเหตุเพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ “ข่าวรั่ว”   แม้ว่าปัจจุบันจะมีหน่วยงานตำรวจที่ทำงานด้านการปราบปรามการค้ามนุษย์โดยตรงก็ตาม  ทั้งนี้  กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ซึ่งมีหน่วยงานศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์อยู่ในสังกัด เริ่มที่จะทำงานสืบสวนขยายผลเครือข่ายการค้ามนุษย์อย่างเป็นรูปธรรมมากกว่าแต่ก่อน โดยเฉพาะปัญหาการค้ามนุษย์ข้ามชาติ 

 

    แม้ว่าคดีค้ามนุษย์ในรอบปีที่ผ่านมาอาจจะมีสถิติตัวเลขคดีน้อยกว่าปีก่อนๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีการค้ามนุษย์เกิดขึ้นในประเทศไทย  ซึ่งจำเป็นที่หน่วยงานรัฐต้องพิจารณาถึงสภาพการเข้าถึงผู้เสียหาย  ความไว้วางใจของผู้เสียหายต่อผู้บังคับใช้กฎหมาย  ความรู้ความสามารถของพนักงานสอบสวนในการสวบสวนขยายผล และระยะเวลาในการดำเนินคดี ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ผู้เสียหายไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิด 

   

       แนวโน้มสภาพปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศไทย จะแปรผันไปตามสภาพความเลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน  การเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างไม่ปลอดภัยและการลดต้นทุนการผลิตด้านแรงงานในกิจการที่ขาดแคลนแรงงาน จะนำมาซึ่งปัญหาการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง  ประเทศไทยอาจต้องตกอยู่ในสภาพตั้งรับกับปัญหาการค้ามนุษย์ในทุกประเภทที่เข้ามารอบด้าน   ประเทศที่เผชิญกับบรรยากาศแห่งความกลัวในความยุติธรรมของกระบวนการยุติธรรม  เป็นสัญญาณอันตรายที่ทำให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศนั้นเคลื่อนตัวอยู่กับที่

 

 

 

 

 



อ่าน 5057 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting

 ประมวลภัยเทคโนโลยีปี 2551 และแนวโน้มสถานการณ์ภัยเทคโนโลยีปี 2552
 จากภัยแล้งสู่ปัญหาเด็กเป่าแคน
 กระจกเงา คว่ำ ร่างพรบ. ขอทาน ปี 51 พม. เห็นด้วย ต้องเปลี่ยนใหม่
 ขอทานเด็ก...ธุรกิจบาป
 ผู้ใหญ่ใจร้าย หากินขอทานเด็ก