โครงการศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ 

      ก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2551 โดยมีภารกิจในการต่อต้านและขจัดการค้ามนุษย์ ในทุกรูปแบบ โดยบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์รับแจ้ง ประสานเหตุ และสืบสวนปราบปรามกรณีการค้ามนุษย์ โดย เน้นการรับแจ้งเหตุ โดยตรงจากผู้เสียหายที่เข้ามาขอความช่วยเหลือ และผู้เสียหายที่เข้าไม่ถึงการช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐให้ได้รับความช่วย เหลือและเยียวยาความเสียหายในเชิงกระบวนการยุติธรรม

       ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงาน ดังนี้ 

        1. เพื่อสะท้อนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาการค้ามนุษย์สู่สังคม 
     2. เพื่อเป็นศูนย์รับแจ้งเหตุและประสานงานช่วยเหลือผู้เสียหายจาก
การค้ามนุษย์ 
     3. เพื่อเป็นศูนย์รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาการค้ามนุษย์ 
     4. เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในระดับนโยบาย

 โครงการที่อยู่ภายใต้การดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ 

   - โครงการคุ้มครองสิทธิแรงงานประมงนอกน่านน้ำ

        “การประมง”
  ถือว่าเป็นธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญและสร้างรายได้ให้แก่ประเทศอย่างมหาศาลเป็นผลให้ความ ต้องการจำนวนแรงงานเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจประมงและอุตสาหกรรมการแปร รูปผลิตภัณฑ์ประมง มีเพิ่มสูงขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน สภาพการทำงานของอุตสาหกรรมประมง ถือว่าเป็นงานที่หนัก และเสี่ยงอันตราย ประกอบกับต้องออกทะเลเป็นระยะเวลาค่อนข้างนาน จึงทำให้แรงงานไทยส่วนใหญ่เลือกที่จะปฏิเสธงานในลักษณะดังกล่าว เป็นผลให้ส่วนใหญ่ธุรกิจประมง นอกน่านน้ำเกิดวิกฤติขาดแคลนแรงงาน จึงต้องอาศัยการนำเข้าแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านทั้ง แบบมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายและแบบหลบหนีเข้าเมือง ซึ่งตรงจุดนี้เองทำให้ธุรกิจดังกล่าว มีการเอาเปรียบแรงงานในเรื่องของค่า จ้างและการใช้ความรุนแรงในการบังคับใช้แรงงาน โดยที่แรงงานส่วนใหญ่อยู่ใน สภาวะต้องทนจำยอมและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
  นอกจากนี้ สืบเนื่องจากการดำเนินงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา พบว่ามีการหายตัวไปของคนในสังคมหลายกรณีที่เชื่อมโยงกับการล่อลวงและลักพา ตัวเพื่อนำมาขายและบังคับเป็นแรงงานทาสบนเรือประมง โดยข้อเท็จจริงจากปากคำของผู้เสียหายให้ข้อมูลตรงกันว่า ถูกบังคับให้ต้องทำงานบนเรือประมง ในลักษณะงานที่หนัก และพักผ่อนไม่เป็นเวลา โดยเมื่อไม่สามารถปฏิบัติงานหรือทำตามคำสั่งของผู้ควบคุมเรือได้ ก็จะถูกทำร้ายและทุบตีอย่างทารุณ ตลอดจนการทำงานบนเรือประมงหลายลำ 
ไม่มีสวัสดิการดูแลเมื่อเจ็บป่วยและไม่มีความปลอดภัยในการ ทำงาน ทั้งนี้ ผู้เสียหายในกรณีดังกล่าว ให้ข้อมูลตรงกันว่า ยังมีแรงงานเยี่ยงทาสบนเรือประมงที่ถูกล่อลวงและลักพาตัวอีกจำนวนมากที่ไม่ สามารถหนีรอดออกมาเพื่อขอความช่วยเหลือได้ อันเป็นผลให้เกิดการตั้งข้อสมมุติฐานว่าปริมาณของแรงงานประมงที่ถูกล่อลวง ลักพาตัว และไม่สมัครใจในการทำงานนั้น น่าจะมีเป็นจำนวนมากและขบวน
การค้ามนุษย์ดัง กล่าว น่าจะมีลักษณะของการทำงานในแบบเป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงกัน โดยเริ่มจากนาย หน้า ผู้นำพา และผู้ประกอบการที่รับซื้อแรงงานเหล่านี้เพื่อบังคับใช้งาน ซึ่งปัญหาดังกล่าวมิได้ถูกหยิบยกขึ้นเป็นประเด็นสาธารณะในอันที่จะได้รับการ แก้ไขปัญหาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด
สภาพปัญหาการล่อลวงและ ลักพาตัวแรงงานในธุรกิจแรงงานทาสบนเรือประมงนั้น มีหลายหน่วยงานที่ควรมีบทบาทและหน้าที่โดยตรงในการร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้ง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงคมนาคม กระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่าปัญหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการหยิบยกเป็นประเด็นทาง สังคมในวงกว้าง ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขาดความเข้าใจ
ในประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงและไม่สามารถเข้าถึงการแก้ไขปัญหาในระดับนโยบายได้
   - โครงการรณรง์ยุติธุรกิจเด็กขอทาน
        
        "หยุดสร้างบุญในธุกิจบาป"

        วลีท้าทายในการ รณรงค์เพื่อหยุดพฤติกรรมบางอย่างของคนในสังคม คงมิใช่ความกล้าหาญที่ปราศจากเหตุผลอันควรในการทำลายความตั้งใจดีของคนที่ ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น “ผู้ให้” แต่ การตีแผ่เรื่องราวเบื้องหลังความดีงามของการทำทานเกิดขึ้นภายหลังจากการ ดำเนินงานของศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา ซึ่งพบข้อมูลที่น่าสนใจว่ามีการหายตัวไป ของเด็กบางคนที่เชื่อมโยงกับ พฤติกรรมด้านมืดของเหล่ามิจฉาชีพ
“นิยามของเด็ก”

        ที่ทำการศึกษาและ สำรวจข้อมูลนั้น ให้หมายความรวมถึง บุคคลที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิดถึงสิบแปดปี ซึ่งมิได้จำกัดว่าเป็นผู้มีสัญชาติหรือเชื้อชาติใด ทั้งนี้การกำหนดขอบเขตของการศึกษาและสำรวจข้อมูลในบุคคลทีมีช่วงอายุดัง กล่าวนั้น เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีความอ่อนด้อยทั้งทางด้านวัยวุฒิและคุณวุฒิ ประกอบกับเป็นผู้ไร้ความสามารถตามกฎหมาย จึงทำให้อาจถูกล่อลวงหรือถูกบังคับให้ต้องมาเป็นเครื่องมือของเหล่ามิจฉาชีพ ได้ ตลอดจนอาจกลายสภาพเป็นแรงงานเด็กภาคบังคับจากครอบครัวที่มีฐานะทางเศรษฐกิจ ที่ยากจน
การศึกษาและสำรวจข้อมูลเด็กขอทานเป็นการ เก็บข้อมูลจากการลงพื้นที่สำรวจพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมในบริเวณที่มีการนำ เด็กมาขอทาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่มีประชาชนสัญจรผ่านไปมาเป็นจำนวนมากใน กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ และเมืองพัทยา ทั้งนี้เกือบทุกจุดที่มีการขอทานจะพบเห็นเด็กเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการ ร้องขอความเห็นใจในการบริจาคเงินเสมอ นอกจากนี้ยังมีการ 
ศึกษาข้อมูลด้านการให้ความช่วยเหลือและการป้องกันแก้ไข ปัญหาจากหน่วยงานภาครัฐ ทั้งจากกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้เห็นทิศทางการจัดการปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบ

        ทั้งนี้ ได้มีการศึกษาและสำรวจข้อมูลย้อนรอยเส้นทางการเคลื่อนย้ายเด็กจากพื้นที่ต้น ทางในอำเภอแม่สอด อำเภอแม่สาย และอำเภออรัญประเทศ เพื่อให้เห็นถึงสภาพปัญหาที่แท้จริงในพื้นที่และปัจจัยที่มีผลต่อการนำเด็ก เข้าสู่ขบวนการขอทาน
  หมายถึง การขอเงินหรือสิ่งของเลี้ยงชีวิต แต่ข้อเท็จจริงจากการศึกษาและสำรวจข้อมูลดังกล่าวพบว่า การขอทานได้ถูกหยิบ ยกมาเป็นวิธีการหาเงินโดยใช้เด็กเป็นเครื่องมือ ซึ่งมีผลประโยชน์ตอบแทนสูงให้แก่กลุ่มบุคคล หรือแม้กระทั่งคนในครอบครัวของเด็กคนนั้นเอง เป็นผลให้เกิดการขยายตัวจนมีการเคลื่อนย้ายเด็กเข้าสู่ขบวนการขอทานเพิ่ม ยิ่งขึ้น จึงทำให้นิยามของการขอทานเพื่อเลี้ยงชีพเริ่มเข้าสู่ภัยเงียบของ “ธุรกิจเด็กขอทาน” นั่นเอง 


       
   
     

"โครงการศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุุษย์ "
http://www.notforsale.in.th/ 
อีเมล์ : info@notforsale.in.th
โทร: 02-973-2236 ถึง 7 ต่อ 106
       
  - โครงการโรงพยาบาลมีสุข
  - โครงการอ่านสร้างชาติ
  - ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์
  - โครงการอาสามาเยี่ยม
  - โครงการแบ่งปันเพื่อการเปลี่ยนแปลง
  - โครงการรณรงค์ยุติธุรกิจเด็กขอทาน
  - ศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์
  - โครงการคอมพิวเตอร์เพื่อน้อง
#สนใจสมัครนักศึกษาฝึกงาน
ติดต่อพี่สุกี้ (สุธิตา หมายเจริญ )
อีเมล์ intern@mirror.o.r.th
โทร 02-973-2236 ถึง 7 ต่อื 102


อ่าน 363